ความทุกข์ที่เราสร้างเอง: การจำแนกปัญหาตามแนวทางของการปรึกษา/จิตบำบัดแนวพุทธ

1473_1920x1080_fullhd_wallpaper

ในการเรียนรู้การปรึกษา/จิตบำบัดแนวพุทธ จาก อ.โสรีช์ โพธิแก้ว หนึ่งในผู้นำเรื่องนี้ของเมืองไทย ผมคิดว่าความรู้ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ผมได้รับ ก็คือ การแยกแยะความแตกต่างระหว่าง “ปัญหาภายนอก” กับ “ปัญหาภายใน” ซึ่งมีความสำคัญมากทีเดียวในการทำความเข้าใจปัญหาของคนเรา

ความเข้าใจในเรื่องนี้ที่ผมได้รับการถ่ายทอดจาก อ.โสรีช์ นั้นมีที่มาจากหลักธรรมในพุทธศาสนา ที่ชื่อ “สัลลัตถสูตร” (พระสุตตันตปิฎก  สังยุตตนิกาย  สฬายตนวรรค เล่มที่ ๒๙) ที่เปรียบเปรยความทุกข์คล้ายดังลูกธนู ๒ ดอก ธนูดอกแรกคือความทุกข์ทางกาย ส่วนธนูดอกที่สองคือความทุกข์ใจ

ใจความของสัลลัตถสูตร โดยสรุปได้ด้วยข้อความของ อ.โสรีช์ ว่า “ปุถุชนโดนธนูสองดอก อริยบุคคลโดนธนูดอกเดียว” ความหมายของปุถุชนคือผู้ที่ยังมีกิเลส ส่วนอริยบุคคลคือผู้ที่ละกิเลสได้แล้ว

สำหรับคนทั่วไปนั้น เมื่อเกิดความทุกข์ทางกายแล้ว ก็ย่อมเกิดความทุกข์ในใจตามมาด้วยไม่มากก็น้อย (โดนธนู ๒ ดอก) แต่สำหรับอริยบุคคล ความทุกข์ที่เกิดขึ้นมีเพียงความทุกข์ทางกายเท่านั้น (โดนธนูเพียงดอกเดียว)

เมื่อนำมาอธิบายในภาษาของจิตวิทยา ความทุกข์กายอาจเทียบเคียงได้กับความไม่สะดวกสบายทางกายซึ่งถือเป็น “ปัญหาภายนอก” ส่วนความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นนั้นคือ “ปัญหาภายใน” ปัญญา ๒ ลักษณะนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว

ปัญหาภายนอกอาจเป็นเรื่องของการเสื่อมลงของร่างกายหรือความเจ็บป่วยทางกายที่เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้เกิดความทุกข์ทางกาย หรืออาจเป็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเราอันนำมาซึ่งความไม่สะดวกสบายทางกาย เช่น ฝนตก น้ำท่วม ตกงาน อกหัก คนรักเสียชีวิต ฯลฯ

ส่วนปัญหาภายในคือความทุกข์ใจที่ “มีส่วนเกี่ยวข้อง” กับปัญหาภายนอก เช่น เศร้า โกรธ กังวล ฯลฯ ที่ผมใช้คำว่า “มีส่วนเกี่ยวข้อง” ก็เพราะความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้มี “สาเหตุ” มาจากปัญหาภายนอกโดยตรง

ปัญหาภายนอกคือปัญหาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นไปตามเหตุและปัจจัย และอยู่เหนือการควบคุมของคนเรา เช่น เราคงห้ามไม่ให้ร่างกายเสื่อมลงตามธรรมชาติไม่ได้ (แม้ว่าอาจชะลอได้บ้าง) เราคงไม่อาจเรียกร้องไม่ให้ฝนตกแดดออก หรือเราไม่อาจคาดหวังว่าคนรักจะอยู่กับเราตลอดไป ฯลฯ

เมื่อมีปัญหาภายนอกเกิดขึ้น เรา “ไม่จำเป็น” ต้องทำให้ตัวเองเกิดปัญหาภายในหรือความทุกข์ใจ แน่นอนว่า ในชีวิตประจำวัน ความทุกข์ใจอาจเกิดขึ้นได้กับเราราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะดูเหมือนว่ามันจะมีที่มาจากอะไรสักอย่าง แต่ถึงที่สุดแล้ว มันไม่จำเป็นต้องเกิดก็ได้

สาเหตุที่เมื่อคนเราเผชิญกับปัญหาภายนอกแล้วเกิดปัญหาภายในตามมา เป็นเพราะความไม่เข้าใจความจริงของชีวิต (ส่วนความจริงของชีวิตในทัศนะของพุทธศาสนาคืออะไร ค่อยว่ากันนะครับ) พุทธศาสนาเรียกต้นเหตุของความทุกข์ใจนี้ว่า “อวิชชา” หรือความไม่รู้

ที่จริงแล้ว นอกจากพุทธศาสนา ปราชญ์ทางตะวันตกในยุคเดียวกันกับพระพุทธเจ้าที่ชื่อ อีพิคเตตัส ก็สื่อความเข้าใจคล้ายคลึงกันนี้ผ่านประโยคที่ว่า “มนุษย์ไม่ได้ทุกข์ใจจากเหตุการณ์ภายนอก แต่เป็นทุกข์เพราะมุมมองของตนที่มีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

อัลเบิร์ต เอลลิส (Albert Ellis) นักจิตวิทยาผู้นำแนวทางการบำบัดแบบ REBT นำหลักการเรื่องนี้มาเป็นแกนกลางของการบำบัดของเขา และพัฒนาเป็นโมเดลที่เรียกว่า ABC Model

ABC Model เสนอว่า “เหตุการณ์” ที่คนเราเผชิญ (A – Activating Event) ไม่ได้นำมาซึ่ง “ปัญหาทางอารมณ์” (C – Consequences) แต่เป็นเพราะ “ความเชื่ออันไร้เหตุผล” (B – Irrational belief) ต่างหาก ที่ทำให้คนเราเกิดปัญหาภายในใจขึ้นมา

กล่าวโดยสรุปก็คือ หากเราแยกแยะได้ว่าอะไรคือ “ปัญหาภายนอก” และอะไรคือ “ปัญหาภายใน” เราก็จะมีแนวทางรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

ปัญหาภายนอกบางอย่างอาจจัดการไม่ได้เลยก็ได้ ทำได้เพียงแค่ยอมรับมัน (เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ หรือการเกิดแก่เจ็บตาย ฯลฯ) แต่ปัญหาภายนอกบางอย่างก็อาจจัดการได้บ้างตามวิถีทางของมัน

ที่สำคัญก็คือ เราไม่จำเป็นต้องเกิดปัญหาภายในขึ้นมา เมื่อโดนธนูดอกแรกแล้ว เราไม่จำเป็นต้องยอมให้ตนเองโดนธนูดอกที่สองด้วย

แต่ในฐานะที่เรายังเป็นปุถุชนหรือคนธรรมดาที่ยังไม่หลุดพ้น อย่างน้อยที่สุด เมื่อปัญหาภายในเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ขอให้เราเข้าใจว่าเป็นตัวเราเองที่ “สร้าง” ความทุกข์ใจนี้ขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วย “ความไม่เข้าใจความจริงของชีวิต” (พุทธศาสนา) หรือ “ความเชื่ออันไร้เหตุผล” (REBT) แต่ไม่ได้เป็นเพราะเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

เมื่อเข้าใจได้เช่นนี้ เราก็จะเลือกได้ว่าจะยุติ “ปัญหาทางใจ” ที่เกิดขึ้น หรือปล่อยให้มันคงอยู่ต่อไป

———-

สมภพ แจ่มจันทร์
นักจิตวิทยาการปรึกษา
Knowing Mind

เผยแพร่ครั้งแรก FB: Sompop Jamchan

ที่มาของภาพ kizitora.jp

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s