นักจิตวิทยา…ใครกันหนอ?

นักจิตวิทยาอาจจะเป็นอาชีพที่มีคนเข้าใจผิดมากที่สุดอาชีพหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของพวกเขา อย่างน้อยก็จากประสบการณ์ของผมเองและคนใกล้ตัวที่ร่ำเรียนจิตวิทยามา

หลายครั้งหลังจากที่ผมแนะนำตัวว่าเรียนจิตวิทยาหรือเป็นนักจิตวิทยา จะพบปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่หลากหลายจากผู้ถาม ทั้งงุนงงสงสัย ประหลาดใจ สนใจใคร่รู้ หรือไม่ก็ท้าทาย

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่ผมพบบ่อยก็คือ หลายคนมักคิดว่านักจิตวิทยามีความสามารถเหนือมนุษย์บางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านใจคน การพูดคุยเพื่อล้วงความลับที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ หรือการชักจูงใจคนให้ทำสิ่งต่างๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้

แม้ว่าประเด็นเหล่านี้จะคนบางกลุ่มให้ความสนใจในการศึกษาและอยากที่จะมีความสามารถเหล่านี้ (รวมถึงตัวผมเอง) แต่มันไม่ใช่ความสามารถและหน้าที่หลักของนักจิตวิทยาอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่านักจิตวิทยามีหน้าที่บำบัดผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต (หรือภาษาทั่วๆ ไปว่า “คนบ้า”) ซึ่งความจริงแล้ว นี่ก็เป็นเพียงงานของนักจิตวิทยากลุ่มหนึ่งเท่านั้น

แล้วนักจิตวิทยาคือใครกันล่ะ? งานของพวกเขาคืออะไร?

เราอาจกล่าวได้ว่านักจิตวิทยาอาจเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กันกับการศึกษาเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์ ในสมัยโบราณที่ยังไม่มีชื่อเรียกวิชาชีพว่านักจิตวิทยา การปฏิบัติงานด้านจิตใจ เช่น การเยียวยารักษาความผิดปกติทางจิต หรือการส่งเสริมพลังทางจิตใจ เป็นหน้าที่ของหมอผี นักบวช หรือพระสงฆ์

หากเราพิจารณาที่ศาสตร์จิตวิทยาสมัยใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นตอนปลายศตวรรษที่ 19 เราจะพบว่าในยุคแรกเริ่มนั้น นักจิตวิทยาจะทำงานอยู่ในห้องทดลองเพื่อทำวิจัยเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่นักจิตวิทยาในฐานะวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ความรู้ในงานการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาบุคคล เพิ่งเริ่มต้นอย่างแพร่หลายเมื่อไม่ถึงร้อยปีนี้เอง

เมื่อถามถึงนิยามของนักจิตวิทยา หากตอบอย่างกว้างที่สุด นักจิตวิทยาคืออาชีพหนึ่ง* ของบุคคลที่ร่ำเรียนมาทางจิตวิทยาและประยุกต์ใช้ความรู้ทางจิตวิทยาในแง่มุมที่เฉพาะเจาะจงต่างๆ เพื่อช่วยให้คนเราเข้าใจจิตใจและพฤติกรรมของตนเองมากยิ่งขึ้น

วิชาชีพนักจิตวิทยามีหลากหลายสาขาด้วยกัน เช่น นักจิตวิทยาคลินิก ที่ให้ความสนใจในการประเมินผลและการบำบัดความผิดปกติทางจิตของบุคคล นักจิตวิทยาพัฒนาการ ที่มุ่งศึกษาและส่งเสริมพัฒนาการของบุคคลให้เป็นไปโดยสมบูรณ์ในแต่ละช่วงวัย นักจิตวิทยาการกีฬา ที่ประยุกต์ใช้หลักการทางจิตวิทยามาส่งเสริมสภาพจิตใจนักกีฬา ฯลฯ เป็นต้น

นักจิตวิทยาแต่ละสาขาจะมีขอบเขตในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป (ซึ่งเราจะกล่าวถึงรายละเอียดการทำงานของนักจิตวิทยาสาขาต่างๆ ในโอกาสต่อไป) และในแต่ละประเทศก็จะมีเงื่อนไขในการประกอบอาชีพนักจิตวิทยาที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงมีความนิยมในวิชาชีพจิตวิทยาแตกต่างกันออกไปด้วย

ผมคิดว่าเพื่อความเข้าในในวิชาชีพจิตวิทยา เราอาจเริ่มต้นที่ประเทศที่ศาสตร์จิตวิทยาได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นั่นคือ ประเทศอเมริกา

ดังที่ผมได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า ในช่วงแรกผู้ทีประกอบอาชีพนักจิตวิทยามักจะอยู่ในห้องทดลองเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็ไปเป็นอาจารย์หรือนักวิชาการตามมหาวิทยาลัย มีนักจิตวิทยาจำนวนน้อยที่ให้ความสนใจการประยุกต์ใช้ความรู้ในงานการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาบุคคล ซึ่งในยุคแรกๆ ก็มักจะเกี่ยวข้องกับการทดสอบทางจิตวิทยาในเด็ก ทำให้วิชาชีพจิตวิทยายังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าใดนัก

เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้วิชาชีพทางด้านจิตวิทยาที่มุ่งเน้นด้านการดูแลรักษาและเยียวยาบุคคลเฟื่องฟูขึ้นมาก็คือ สงครามเวียดนาม ภายหลังจากสงคราม รัฐบาลต้องการนักจิตวิทยาจำนวนมากเพื่อบำบัดและเยียวยาทหารผ่านศึก และฟื้นฟูสภาพจิตใจให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติ

ต่อมาไม่นาน นักจิตวิทยาคลินิกก็กลายเป็นสาขาแรกทางวิชาชีพที่มีใบประกอบโรคศิลปะ (license) และทำให้แนวโน้มของผู้ประกอบอาชีพนักจิตวิทยาเปลี่ยนแปลงไป นักจิตวิทยาเดินทางออกจากห้องทดลองและสถาบันการศึกษา ไปสู่การปฏิบัติงานในคลินิก**

ประเทศอเมริกาในปัจจุบัน ผู้ที่สามารถเรียกตัวเองว่า “นักจิตวิทยา” นั้น ต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก และสาขาวิชาที่ได้รับการรับรองให้สามารถสอบใบประกอบโรคศิลปะ คือ นักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยาการปรึกษา และนักจิตวิทยาโรงเรียน ส่วนวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำความรู้ทางจิตวิทยาไปใช้ ได้แก่ ผู้ให้บริการทางด้านสุขภาพจิต ผู้ให้คำปรึกษา เป็นต้น

ส่วนวิชาชีพด้านจิตวิทยาในประเทศไทย เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี พ.ศ.2506 (ค.ศ.1963) โดยสำนักงานข้าราชการพลเรือนได้อนุมัติให้มีตำแหน่งนักจิตวิทยาขึ้น (ไม่ได้ระบุสาขา) ผู้ที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งเป็นผู้จบปริญญาตรีในสาขาอื่น และเข้ามาฝึกอบรมทางด้านจิตวิทยาเพิ่มเติมภายหลัง เนื่องจากในช่วงเวลานั้นประเทศไทยยังไม่มีการผลิตบัณฑิตทางด้านจิตวิทยา

ปัจจุบันวิชาชีพจิตวิทยาในประเทศไทยพัฒนามาถึงจุดที่มีใบประกอบโรคศิลปะในสาขาจิตวิทยาคลินิก เช่นเดียวกับวิชาชีพทางด้านการเยียวยามนุษย์สาขาอื่นๆ เช่นแพทย์และพยาบาล หลังจากใช้เวลาเกือบ 80 ปีนับจากศาสตร์จิตวิทยาเข้ามาสู่ประเทศไทยในทศวรรษ 2470

การสอบใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ.2547 (ค.ศ.2005) ผู้ที่มีคุณสมบัติในการสอบนั้นจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐานทางวิชาชีพจิตวิทยาคลินิก ได้แก่ การเรียนจบมาทางสาขาจิตวิทยาคลินิกโดยตรงหรือเทียบเท่า การเข้าฝึกงานในหน่วยงานที่ได้รับการรับรองหลังจากเรียนจบเป็นเวลา 6 เดือน (internship) เป็นต้น

ส่วนจิตวิทยาสาขาอื่นๆ ยังไม่มีใบประกอบโรคศิลปะแต่อย่างใด (และยังไม่น่าจะมีในอนาคตอันใกล้นี้)

หมายเหตุ

เพื่อไม่ให้งานเขียนชิ้นนี้ยาวเกินไป ตามความตั้งใจแรกเริ่มที่อยากให้งานออกมากะทัดรัดและอ่านง่าย ผมจึงทำหมายเหตุเพิ่มเติมในส่วนที่คิดได้เอาไว้ท้ายบท อ่านก็ได้ หรือไม่อ่านก็ได้ครับ

*นักจิตวิทยาเป็นเพียงอาชีพหนึ่งของผู้ที่ร่ำเรียนมาทางจิตวิทยาจริงๆ ครับ และถือเป็นชนกลุ่มน้อยเสียด้วย

เมื่อพิจารณาตำแหน่งงานนักจิตวิทยาที่เปิดรับเทียบกับบัณฑิตจบใหม่ในแต่ละปี ก็จะพบว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวมถึงความเข้าใจตนเองของนักศึกษาแต่ละคนที่เพิ่มมากขึ้นตามชั้นปีที่สูงขึ้นว่าไม่ต้องการประกอบอาชีพนี้ด้วยเหตุผลนานัปการ

พี่น้องและผองเพื่อนที่เรียนจิตวิทยามาด้วยกันส่วนใหญ่ล้วนแต่ประกอบอาชีพอื่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย เจ้าหน้าที่ธนาคาร นักเขียน เจ้าของธุรกิจ พระ ครูสอนพิเศษ แอร์โฮสเทต ฯลฯ บ้างก็ไปเรียนต่อกันในแขนงวิชาอื่นๆ หลังจากจบปริญญาตรี

**ในประเทศอเมริกา นักจิตวิทยาส่วนใหญ่ (นับเฉพาะสาขาที่มีใบประกอบโรคศิลปะ ได้แก่ นักจิตวิทยาคลินิก นักจิตวิทยาการปรึกษา และนักจิตวิทยาโรงเรียน) ประกอบอาชีพส่วนตัวในการให้บริการด้านจิตวิทยา รองลงมาคือนักจิตวิทยาที่อยู่ตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ตามด้วยนักจิตวิทยาในโรงพยาบาลและคลินิก

ส่วนที่ประเทศไทยนั้น นักจิตวิทยาส่วนใหญ่คือนักจิตวิทยาคลินิกที่ทำงานในโรงพยาบาลจิตเวช ในจำนวนนี้มีนักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบประกอบโรคศิลปะไม่มากนัก ส่วนนักจิตวิทยาสาขาอื่นๆ ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาไปอยู่แห่งหนใดกันบ้าง ส่วนตัวผมเอง ที่เรียกตัวเองว่า “นักจิตวิทยาการปรึกษา” นั้น ประกอบอาชีพส่วนตัวในการบริการด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาและพัฒนาบุคคล

3 thoughts on “นักจิตวิทยา…ใครกันหนอ?

  1. ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆๆนะคะ ^^ อยากสอบถามนะคะว่า ในไทยนี้เราจบจิตวิทยา ป.ตรีแล้ว (กรณีไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ)เราสามารถประกอบอาชีพรับปรึกษาให้แก่บุคคลทั่วไปได้ไหมคะ

    • ได้ครับ ตอนนี้วิชาชีพจิตวิทยาที่มีใบประกอบโรคศิลปะมีสาขาเดียวคือ จิตวิทยาคลินิก สาขาอื่นๆ ยังไม่มีตรงนี้ ดังนั้น เมื่อคุณจบมาทางสาขาไหน คุณก็สามารถประกอบวิชาชีพในสาขานั้นๆ ได้ เพียงแต่ว่าวิชาชีพจิตวิทยาบ้านเรายังไม่เข้มแข็งพอ คุณจะประกอบอาชีพรับปรึกษาให้แก่บุคคลทั่วไปก็คงทำได้ แต่คนจะสนใจและมารับบริการหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าค่อนข้างยากพอสมควรที่จะทำให้บริการด้านนี้เป็นที่รู้จักใจสังคม มันมีปัจจัยหลายอย่างครับ ทั้งในแง่ของความสามารถของนักจิตวิทยาเองและการยอมรับจากคนในสังคม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s