บทเรียนจากถนนสายการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ตอนที่ 2: แก่นของการปลง

“สุดท้าย เมื่อทำอะไรไม่ได้ เราก็ได้แต่ปลงล่ะ”

แน่นอนว่าคำพูดดังกล่าวเป็นสัจธรรม การพูดมันออกมาคงทำได้ไม่ยากนัก แต่การจะทำให้ได้อย่างที่พูด กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากใบหน้าที่เต็มใบด้วยรอยยับย่น ซึ่งแฝงไว้ด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาของป้าคนหนึ่ง (ที่จริงผมน่าจะเรียกแกว่ายายมากกว่า) ที่นั่งอยู่ตรงหน้า ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่าแกทำได้อย่างที่พูดจริงๆ

ป้ามาคุยกับผม จากการแนะนำของพี่หมอบัลลังค์ เนื่องจากแกมีอาการปวดหัวและอ่อนเพลีย พี่หมอคาดว่าสภาวะจิตใจน่าจะมีส่วนที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผมพบว่าจิตใจของแกค่อนข้างจะเข้มแข็ง และไม่ได้รู้สึกทุกข์ใจจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตช่วงนี้เท่าใดนัก

ตลอดหนึ่งชั่วโมงของการคุยกัน ป้าเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองให้ผมฟังมากมาย เรื่องราวของป้าบอกเล่าออกมาผ่านถ้อยคำซื่อๆ และตรงไปตรงมา มีลีลาคล้ายผู้แก่ผู้เฒ่าที่กำลังสอนลูกสอนหลานจากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง

ป้าไม่ได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้ในลักษณะที่ว่ามันเป็นปัญหาที่คอยรบกวนและ บั่นทอนจิตใจจนต้องมาคุยกับนักจิตวิืทยาการปรึกษา แต่ราวกับว่าป้ากำลังฉายภาพชีวิตของแกให้ผมฟัง โดยป้าทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ฉาย ปล่อยให้ตัวละครในเรื่องโลดแล่นไปตามท่วงทำนองและจังหวะของเรื่องราว

สิ่งที่ตัวละครในเรื่องประสบเป็นเรื่องที่หากเราได้ฟังอาจจะติดฉลากคำว่า “หนัก” หรือ “ลำบาก” ลงไปได้ไม่ยาก หรืออาจจะอุทานเบาๆ ในใจว่า “ทำไมชีวิตของคนเราถึงหนักหนาได้เีพียงนี้” แต่ทุกครั้งที่ผมได้ยินเรื่องราวดังกล่าวที่ตนเองก็มองว่า “หนัก” หรือ “ลำบาก” จากปากของป้า มักจะมีถ้อยคำตามมาว่า “สุดท้าย เมื่อทำอะไรไม่ได้ เราก็ได้แต่ปลงล่ะ”

เมื่อชีวิตเผชิญกับเหตุการณ์ที่ยากลำบากและจัดการอะไรกับมันไม่ได้ เป็นเรื่องยากที่จะบอกกับตัวเองให้ “ปลง” หรือปล่อยมันไป คำว่า “ปลง” ของป้าในวันนี้ ไม่ได้หลุดออกมาจากปากของป้าง่ายๆ แต่ต้องผ่านกาลเวลาอันยาวนาน ผ่านความทุกข์ทน ผ่านความเจ็บปวด จนเรียนรู้และเข้าใจผ่านประสบการณ์ตรงว่า เรื่องบางเรื่อง เราทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ นอกจาก “ปลง”

ป้าไม่ได้พูดคำว่า “ปลง” ออกมาจากความคิด หากพูดมันออกมาผ่านหัวใจที่เข้มแข็ง ซึ่งถูกหล่อหลอมจากการเผชิญกับความทุกข์ยากในชีวิต

ก่อนหน้านี้ผมเรียนรู้ผ่านความคิดว่า เมื่อเราเผชิญกับปรากฎการณ์ในชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงและไม่อาจทำอะไรกับ มันได้ สิ่งที่เราทำได้เพียงอย่างเดียวคือ “ปลง” หรือยอมรับมันในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการพูดคุยกับป้าคือ การยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ใช่การบอกกับตัวเองให้ “ปลง” หากเป็นการอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเกิดการ “ปลง” โดยปราศจากความคิดและความพยายาม

หากยังปลงไม่ได้ ก็ไม่ต้องปลง ไม่ต้องหลอกตัวเองว่ายอมรับได้ รอคอยจนวันหนึ่งที่ใจพร้อมและพูดมันออกมาได้อย่างเต็มปากว่า…

“สุดท้าย เมื่อทำอะไรไม่ได้ เราก็ได้แต่ปลงล่ะ”

เผยแพร่ครั้งแรกที่ http://www.facebook.com/home.php?#!/notes/knowing-mind-group/bth-reiyn-cak-thnn-say-kar-pruksa-cheing-citwithya-txn-thi-2-kaen-khxng-kar-plng/129800780385347

One thought on “บทเรียนจากถนนสายการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ตอนที่ 2: แก่นของการปลง

  1. ขอบคุณครับ ผมเป็นคนที่มีความรู้น้อย
    ก็ได้เเต่ศึกษาจิตวิทยาการให้คำปรึกษาผ่าน E-book ต่างๆครับ
    ตอนนี้ผมประกอบอาชีพเป็นนักพยากรณ์
    เเละกำลังหัดเอาการทำหน้าที่นักปรึกษามารวมกับการพยากรณ์ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s