ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน

ในแวดวงจิตวิทยา ตัวอย่างที่ดีสำหรับคำกล่าวข้างต้นคือ ความสำเร็จของซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud)  บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ กว่าที่แนวคิดของเขาจะเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และถูกอ้างถึงถูกบ้างผิดบ้างมาจนถึงปัจจุบัน ฟรอยด์ต้องต่้อสู้ดิ้นรนพอสมควรจากการถูกปฏิเสธและไม่ยอมรับจากวงการจิตวิทยาในยุคนั้น

แม้ว่าฟรอยด์จะไม่ได้ศึกษาโดยตรงทางด้านจิตวิทยา แต่ด้วยความสนใจส่วนตัวทำให้เขาหันมาทำงานด้่านนี้ ฟรอยด์สนใจเกี่ยวกับการบำบัดอาการทางจิต จุดเริ่มต้นคือการศึกษากับโจเซฟ บริวเออร์ (Joseph Breuer) ในกรณีของแอนนา โอ. ผู้ป่วยโรคฮิสทีเีีรีย จากนั้นเขาค่อยๆ พัฒนาระบบการบำบัดในแบบฉบับของตนเองขึ้น นั่นก็คือ จิตวิเคราะห์ (psychoanalysis)

แต่หลังจากเขียนหนังสือออกมา 3 เล่ม คือ Studies on Hysteria (1895) (เขียนร่วมกับบริวเออร์) The Interpretation of Dreams (1900) และ Psychopathology of Everyday Life (1901) แนวคิดของฟรอยด์ยังคงไม่ได้รับการตอบรับมากนัก มีผู้ที่สนใจจิตวิเคราะห์ของเขาอยู่ในวงจำกัด วงการแพทย์ที่เวียนนาในตอนนั้นไม่ยอมรับความคิดของเขา

จุดเปลี่ยนสำคัญในการเผยแพร่้แนวคิดจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์เกิดขึ้นในปี 1909 ในขณะนั้นเขาอายุ 53 ปีแล้ว จี.แสตนลีย์ ฮอลล์ นักจิตวิทยาชาวอเมริกันยุคบุกเบิก ได้ส่งจดหมายเชิญฟรอยด์ไปร่วมงานครบรอบ 20 ปีของมหาวิทยาลัยคล๊าก ที่ฮอลล์เป็นอธิการบดี ฟรอยด์เดินทางไปอเมริกาพร้อมกับเพื่อนร่วมงานในตอนนั้นคือ คาร์ล ยุง (Carl Jung) และ แซนเดอร์ เฟเรนซี (Sendor Farrenzi) รวมถึงเออร์เนสต์ โจนส์ (Ernest Jones) ผู้เขียนชีวประวัติของเขา

แถวหน้า: ซิกมันด์ ฟรอยด์, แสตนลีย์ ฮอลล์, คาร์ล ยุง แถวหลัง: อับราฮัม บริลล์, เออร์เนสต์ โจนส์, เซนเดอร์ เฟอร์เรนซี

ในเรือโดยสารไปอเมริการ ฟรอยด์เห็นลูกเรือคนหนึ่งอ่านหนังสือ Psychopathology of Everyday Life ของเขา และเกิดความคิดเ็ป็นครั้งแรกว่า เขาจะต้องเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดัง และเขาก็คิดไม่ผิด ในเวลาต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน ชื่อของฟรอยด์เป็นชื่อที่นักศึกษาจิตวิทยาทุกคนต้องรู้จัก ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับแนวคิดของเขาหรือไม่ก็ตาม

เดือนกันยายน 1909 ฟรอยด์ได้บรรยายแนวคิดจิตวิเคราะห์ของเขาที่มหาวิทยาลัยคล๊ากทั้งสิ้น 5 ครั้ง เป็นภาษาเยอรมัน ต่อมาการบรรยายครั้งนี้มีการขยายกลายเป็นหนังสือที่เป็นพื้นฐานสำหรับทำความเข้าใจแนวคิดจิตวิเคราะห์คือ Introductory Lectures on Psychoanalysis (1915-1917) ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า พวกที่นิยมอ้างฟรอยด์ หรือพวกที่ต่อต้านฟรอยด์ เคยอ่านงานจริงๆ ของเขากันหรือไม่ หรือว่าอ่านแต่งานมือสอง

การบรรยายของฟรอยด์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และแนวคิดของเขาในอเมริกาก็เริ่มมีผู้สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ฟรอยด์ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยคล๊าก ซึ่งเขาถือว่าเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการสำหรับความพยายามของตนเอง

หลังจากกลับจากอเมริกาไม่นาน (1910) คณะกรรมการการฝึกอบรมนานาชาติืได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อจัดการฝึกอบรมนักจิตวิเคราะห์อย่างเป็นมาตรฐาน แนวคิดจิตวิเคราะห์แพร่หลายมากขึ้น ทั้งในแวดวงจิตวิทยา และแผ่ขยายไปยังแวดวงอื่นๆ เช่น วรรณกรรมและศิลปะ แม้จะมีผู้ไม่เห็นด้วยและแยกตัวออกไปพัฒนาแนวคิดของตนเอง แต่ก็คงต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับฟรอยด์ ที่เป็นผู้บุกเบิกแนวทางการศึกษาเรื่องการอธิบายปรากฎการณ์ทางจิตใจของมนุษย์ในมุมมองทางจิตวิืทยาและการบำบัดอาการทางจิืตอย่างเป็นระบบ

ในศตวรรษที่ 20 ฟรอยด์ถูกยกให้เป็นบุคคลสำคัญ เคียงข้างกับอัลเบิร์ต ไอสไตน์ และคาร์ล มาร์กซ์

แหล่งข้อมูลสำหรับศึกษาเพิ่มเติม

การบรรยาย 5 ครั้งของฟรอยด์ที่มหาวิทยาลัยคล๊าก

หนังสือ The Interpretation of Dreams

หนังสือ Psychopathology of Everyday Life

2 thoughts on “ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน

  1. เป็นบทความที่ดีนะ ชวนคิดและให้แง่คิดอะไรหลายๆอย่าง แต่ความคิดนึงที่ผุดแว๊บขึ้นในหัว เบียดบังความคิดอื่นคือ “คนเรานี่ก็แปลกนะ เมื่่อวานยังสับสน มาวันนี้กลับเขียนอะไรที่ดูเหมือน คล้ายๆ ใกล้ๆเป็นกับชีวิตได้เป็นวรรคเป็นเวร”

    แล้วตกลงคนเขียนรวบรวมมาจากต้นฉบับงานของฟรอด์ยหรือว่างานมือสองกันหล่ะ งานอื่นคุณมักจะใส่อ้างอิงเอาไว้แต่ชิ้นนี้ไม่เห็นมี

    อ้อ..ย่อหน้ารองสุดท้ายตรงบรรทัดที่สองมีพิมพ์ผิดด้วยหล่ะ อิอิ ก็อย่างนี้แหล่ะไม่ยอมให้ชีตรอจก่อน

    • ขอบคุณ คุณ I’m สำหรับความคิดเห็น

      ข้อเขียนชิ้นนี้ไม่ได้อ้างจากงานใดเป็นพิเศษ เขียนขึ้นจากความทรงจำของผมที่เคยอ่านงานของฟรอยด์และงานของผู้ที่เขียนเกี่ยวกับฟรอยด์มาบ้างเล็กน้อย

      ผมแก้ไขข้อผิดพลาด และเพิ่มเติมแหล่งข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจอยากอ่านงานของฟรอยด์ไว้ให้แล้วนะครับ สนใจก็คลิ๊กเข้าไปอ่านเลย

      ที่จริงเวลาเขียนหรือบรรยาย ฟรอยด์จะใช้ภาษาเยอรมัน (จะว่าไปนอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจแล้ว เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอีกด้วย ฟรอยด์รู้หลายภาษามากครับ แต่อาจจะด้วยความคุ้นเคย ทำให้เขาเลือกใช้ภาษาเยอรมันมากกว่าภาษาอื่น) แต่หนังสือที่เราอ่าน ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษทีแ่ปลจากภาษาเยอรมันของฟรอยด์อีกที

      คำที่เราคุ้นเคยในทฤษฎีจิตวิเคราะห์ผ่านการแปลเป็นภาษาอังกฤษมาแล้วทั้งนั้น คงจะต้องบอกว่าทฤษฎีของฟรอยด์ ไม่มี id, ego, superego มีแต่ das es, das ich, das uberich ครับ ผมว่าแค่ภาษาตรงตัวก็เข้าใจยากอยู่แล้ว พอแปลแล้วก็เพิ่มความเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีก แต่ใครจะดิ้นรนไปอ่านภาษาเยอรมันล่ะ ภาษาไทยที่มีคนแปลมาให้ยังไม่อ่านกันเลย หึึหึ

      ไปล่ะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s