ในห้วงคำนึง

ผมเีขียนอะไรลงบล็อกครั้งสุดท้ายเมื่อปลายเดือนก่อน เวลาผ่านไปไวอย่างไม่รู้ตัว เผลออีกทีก็ผ่านครึ่งเดือนแรกของเดือนใหม่มาแล้ว แต่ผมยังไม่มีเวลานั่งนิ่งๆ เขียนอะไรลงบล็อกเลย ช่วงนี้ชีวิตของผมไม่ค่อยว่างเหมือนแต่ก่อน แม้จะไม่ได้ทำงานประจำ แต่ก็มีงานในมือที่รับจ้างมาทำอยู่ไม่น้อย ซึ่งแตกต่างจากชีวิตเมื่อปีที่แล้วโดยสิ้นเชิง ปีก่อนผมตั้งใจว่าจะไม่หางานทำจริงจัง มีงานเข้ามาให้ทำก็ทำ ไม่มีก็หาอะไรที่ตัวเองสนใจทำไปเรื่อยเปื่อย อ่านหนังสือ ดูหนัง เที่ยวเล่น รอไปเป็นทหารเกณฑ์ตอนกลางปีนี้ แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน หลังจากพลาดการเข้ากรมทหารในปีก่อน ปีนี้ผมก็พลาดไปอีกหนึ่งปี ทำให้รู้สึกว่าจะอยู่เฉยๆ อีกต่อไปไม่ได้แล้ว ประจวบเหมาะกับเพื่อนๆ ที่เหลือเรียนจบในปีนี้พอดี ก็เลยรวมตัวกันก่อตั้งกลุ่มเพื่อรับงาน ชีวิตการทำงานแบบฟรีแลนซ์ที่ผมกำลังทดลองอยู่นี้ ในแง่หนึ่งก็อิสระและสบายใจดี เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเอง ไม่ต้องมีใครหรืออะไรมาบีบคั้น ความเป็นอยู่ขึ้นอยู่กับความขยันและความสามารถของตัวเองเป็นสำคัญ แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ค่อนข้างจะเป็นชีวิตที่ไม่มั่นคงเอามากๆ ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะี่รายได้ คำว่าไม่มั่นคงดูเหมือนจะเป็นคำที่สื่อถึงแง่ลบ แต่ในความเป็นจริง ความไม่มั่นคงก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอยู่แล้ว มีอะไรบ้างที่เรามั่นใจได้อย่างแท้จริงในชีวิต จะว่าไป ก็แทบจะไม่มี ทุกวันนี้ผมออกจากบ้านครั้งละหลายๆ วันเพื่อไปทำงาน กลับมาบ้านเพื่อพักผ่อนสักวันสองวันก็กลับไปทำงานต่อ ดำเนินชีวิตโดยตั้งใจว่าจะพึ่งพาทางบ้านให้น้อยที่สุด ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมกำลังเขียนสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร การเขียนอะไรสักอย่างลงบล็อกของผมมีจุดประสงค์อะไรหรือ ก็เปล่า แค่อยากเขียนให้คนอ่าน แต่การที่มีคนเข้ามาอ่านหรือไม่ มีผลอะไรกับชีวิตของผมหรือเปล่า ก็เปล่าอีกนั่นแหละ ช่วงนี้หากผมจะห่างหายจากการเขียนบล็อกไปบ้างก็ไม่ต้องแปลกใจ (ซึ่งก็คงไม่มีใครแปลกใจอยู่แล้ว) ผมจะเขียนก็ต่อเมื่อผมอยากเขียน ไม่ใช่อยากเขียนอะไรสักอย่างให้บล็อกต้องอัพเดทอยู่เสมอ ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งเหล่านี้หรอก เพราะะว่าไปก็เหมือนกับอธิบายให้ตัวเองฟัง คนที่เข้ามาอ่านก็คงไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว เขาก็เพียงแต่เข้ามาอ่าน คนที่ฟุ้งซ่าคือผมต่างหาก ผมมักจะมีคำถามทำนองนี้กับชีวิตอยู่เสมอ บางคำถามก็เป็นคำถามที่ดีและสมควรหาคำตอบ แต่บางคำถามก็ไม่รู้จะถามไปหาพระแสงอะไร ทำชีวิตให้มันยาก ใช่ ผมมักจะทำชีวิตให้มันยากเข้าไว้ ทั้งที่ในความเป็นจริง ชีวิตมันเรียบง่ายกว่าที่เราเคยคิดเอาไว้เยอะทีเดียว บางครั้ง การหยุดคิด หยุดถาม หยุดฟุ้งซ่าน สักนิด จิตใจก็ปลอดโปร่งโล่งสบาย หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเกิดคำถามว่า “มึงเขียนอะไรของมึงวะ” หรือ “มึงเป็นห่าอะไรของมึง” ถือว่าผมประสบความสำเร็จที่สามารถสื่อถึงความไม่เข้าใจและความไร้สาระเรื่อยเปื่อยของตัวเองได้ เพราะผมก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเขียนอะไรหรือเป็น(ห่า)อะไร ข้อความที่เรียงรายต่อๆ กันอยู่นี้เกิดขึ้นโดยไม่ผ่านการเรียบเรียงใดๆ มันออกมาจากความคิดที่ผุดขึ้นในหัวของผมโดยตรง การปล่อยให้ความคิดเลื่อนไหลไปอย่างอิสระ จะว่าไปก็คล้ายๆ เทคนิค free association ของจิตวิเคราะ์ห์เหมือนกันแฮะ เท่าๆ ที่เคยอ่านมาบ้าง แต่ผมไม่บังอาจพูดถึงหรืออธิบายมันในที่นี้หรอกนะ เพราะผมเองก็ยังไม่รู้จักมันดีพอ บ้านเมืองเรามีคนที่ชอบพูดถึงสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จักอยู่มากเกินพอแล้ว ที่จริง ผมควรจะทำคำเตือนนะ ว่าเนื้อหาของงานเขียนชิ้นนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าบทรำพึงรำพันเพ้อเจ้ออย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ ไม่มีประเด็นหรือที่มาที่ไป หากไม่อยากเสียเวลา ก็ข้ามๆ ไปซะ แต่ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ เห็นทีก็คงไม่ต้องเตือนอะไรกันแล้ว ชีวิตมันก็ต้องลองผิดลองถูกแบบนี้แหละ ใช้วิจารณญาณตัดสินเอาเองว่าจะนำพาชีวิตไปในทางใด และรับผิดชอบกับการเลือกนั้น

2 thoughts on “ในห้วงคำนึง

  1. เอ้านะ!! อ่านดูเหมือน คนเล่าอยากบ่นถึงชีวิตตนเอง
    รำพึงรำพันในวันเหงาๆ อะไรอย่างนั้น

    เอ้านะ!! แต่ที่เข้ามาโพสต์มิได้เกี่ยวอะไรกับบทความข้างบนหรอก
    ประเด็นคือ อีเมล์ที่คุณตอบมาน่ะ
    การแสดงความเห็นในวงกว้างเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ก็เสี่ยงอยู่เหมือนกันนะ
    ความเห็นของคนที่อยากแสดงน่ะกว้าง แต่เชื่อว่าใจคนน่ะยังไม่กว้างพอที่จะรับฟังความเห็นที่แตกต่างหรอก

    ตอนนี้เราทั้งกลัว และห่วงใย

    ความเห็นทุกความเห็นของคุณเรารับได้ แต่เวลาแสดงความเห็นอะไร นึกถึงใจคนข้างหลังมั่งนะพี่ชาย เวลาอ่านทีไร ใจมันตุ้มต่อมๆทู๊กกกกกกที ว่าครานี้จะมีเรื่องอีกรึเปล่าน้า??

    ยังไงก็ตาม เรารู้ว่าคุณเข้มแข็ง แต่ก็อดห่วงมิได้

    จากใจจริงๆ

    ป.ล. มีเว็บไซต์มาฝากด้วย เว็บนี้เราตามอ่านนานแล้ว ไม่รู้ว่าคุณเคยเข้ารึยัง ลองดูละกัน
    เผื่อจะเจอพรรคพวกคอเดียวกัน (555)

    http://hello-siam.blogspot.com/

    ส่วนเราเข้าแล้วก็เฉยๆ ตามประสาชาวบ้าน ไม่คิดอะไรมาก แค่มันส์ๆ เจ็บๆคันๆดี
    เหมือนอ่านนิยายก็เท่านั้นเอง

    • ขอบคุณนะครับคุณน้องที่เป็นห่วง

      พี่ก็เตรียมใจไว้ระดับหนึ่งแล้วล่ะเมื่อแสดงความคิดเห็นอะไรออกไป ที่จริงแล้ว พี่ไม่ได้ใส่ใจหรือถือมันเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต ถึงขนาดว่าใครคิดตรงกันกูคือพวกเดียวกันกู หรือใครคิดไม่ตรงกันก็อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้

      แต่อย่างว่า ด้วยนิสัยปากพล่อยชอบวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้แกว่งปากหาเรื่องไปทั่ว แต่ก็ในแง่ของการแสดงความคิดเห็นในโลกไซเบอร์เสียเป็นส่วนใหญ่อ่ะนะ ในชีวิตจริงก็มีบ้างตามแต่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย และคนที่ซวยก็คือคนใกล้ชิดซะมากกว่า หึหึ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s