บันทึกและความฝัน

ประโยชน์อย่างหนึ่งของการกลับไปอ่านบันทึกที่เคยเขียนไว้คือ การได้ทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เป็นการเปิดลิ้นชักความทรงจำออกมาปัดกวาดเช็ดถู เพื่อทำให้เรามองเห็นเรื่องราวในชีวิตชัดเจนขึ้น

การกลับไปอ่านบันทึกเก่าๆ ของตนเองทำให้ผมค้นพบแง่มุมใหม่ๆ ในการมองโลกและชีวิต บางครั้งเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ทบทวนความทรงจำที่งดงามและมีความสุขกับคนที่ผมรัก บางครั้งก็อยากเขกกะโหลกตัวเองเมื่อพบความบ้า ความโง่ และความงี่เง่าของตนเองในบันทึก แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือดี ทุกตัวอักษรในบันทึกนั้นงดงามเสมอ สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วสวยงามเสมอ แม้กระทั่งความเลวในอดีตก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับปัจจุบัน

วันนี้ผมเปิดดูบันทึกเก่าๆ ที่ตนเองเคยเขียน (พิมพ์) ไว้ ทำให้ผมค้นพบอะไรมากมายในบันทึกเหล่านี้

ในวันนี้เมื่อ 4 ปีก่อน ผมทำอะไรอยู่ ลองไปดูกันดีกว่า

***

9/6/48

วันนี้ไม่มีเรียนแต่ก็ออกจากบ้านมานั่งอ่านหนังสือที่หอสมุด มาถึงตอนเที่ยงครึ่ง นั่งอ่านเรื่องจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ อ่านไปได้ไม่ทันไรก็หลับ อ่านไปหลับไป แต่ก็ยังอ่านต่อ อ่านจนเคลิ้มฝันเป็นเรื่องเป็นราวที่อ่าน เมื่อสมัยต้นศตวรรษที่ 20 ศาสตราจารย์ จี. แสตนลีย์ ฮอลล์ ได้เชิญฟรอยด์ไปบรรยายให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยคลาร์ก เมืองวูสเตอร์ รัฐแมสสาซูเสทท์ ประเทศอเมริกา จึงเป็นที่มาของ Five Lectures บทบรรยายเกี่ยวกับจิตวิเคราะห์ 5 ตอนของฟรอยด์ แปลโดยเฉลิมเกียรติ ผิวนวล อ่านรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง ภาษาที่แปลบางทีก็อ่านแล้วงง อ่านไปได้แค่บทที่ 4 ก็หลับสนิท

หลับไปราวชั่วโมงกว่าๆ ตื่นขึ้นมาตอนบ่ายสามโมง เปิดหนังสือเกี่ยวกับฟรอยด์ที่หยิบมาจากชั้นหนังสือของห้องสมุดอ่านอีกนิดหน่อย ก่อนจะออกจากหอสมุดไปหาอะไรรองท้อง แล้วตรงไปยังศูนย์ฟิตเนตทันที ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไปได้ชั่วโมงกว่าๆ ก็กลับมาอ่านหนังสือที่หอสมุดต่อ ยังตะบี้ตะบันอ่านเรื่องของฟรอยด์ต่อไป เจอหนังสือเล่มหนึ่งเป็นหนังสือภาพพร้อมกับคำบรรยายเกี่ยวกับชีวิตของฟรอยด์ แค่เปิดดูผ่านๆ ก็รู้สึกว่าชีวิตของฟรอยด์ช่างโลดโผนเหลือเกิน คนในประวัติศาสตร์หลายคนที่รู้จักและมีความเกี่ยวข้องกับฟรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ ฟริดิช นิทเช่ นักปรัญชา จนถึงนักเขียนอย่าง เอช. จี. เวลล์ และเวอร์จิเนียร์ วูลฟ์

ออกจากหอสมุดตอนสองทุ่มครึ่ง ตอนนั่งรถกลับบ้านก็อ่าน An Introduction to the History of Psychology เป็นหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยาที่ดีมากๆ ไล่ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน แยกเป็นหัวข้ออย่างชัดเจน มีตัวอย่างประกอบด้วย เล่มนี้ยืมมาจากห้องสมุดคณะสังคมศาสตร์ที่เกษตรฯ ให้ไอ้นิลรุ่นน้องยืมให้ ไม่ได้อ่านเรียงหน้าตั้งแต่หน้าแรก แต่สนใจหัวข้อไหนก็เปิดอ่าน ตอนนี้กำลังสนใจเรื่องฟรอยด์และจิตวิเคราะห์ ก็เลยอ่านหัวข้อ Psychoanalysis and its early alternative อ่านแล้วทำให้ได้ความรู้ใหม่ว่าฟรอยด์เคยใช้โคเคนและเห็นว่ามันเป็นสารที่ดี ช่วยบรรเทาความทุกข์ จึงแนะนำให้น้องสาว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงผู้ป่วยของเขาได้ลองใช้ จนเมื่อเพื่อนของเขาคนหนึ่งที่ชื่อ Ernest von Fleischl-Marxow ตายเพราะโคเคน เขาจึงเลิกใช้มันในที่สุด สารเสพติดอีกชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของฟรอยด์ก็คือ นิโคติน ฟรอยด์สูบซิการ์เฉลี่ยวันละ 20 มวน ตอนอายุ 38 เขาพบว่าตนเองเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ จึงพยายามหยุดสูบแต่ไม่เคยทำได้สำเร็จ และเมื่ออายุ 67 ปี ฟรอยด์เป็นมะเร็งที่ริมฝีปากและเหงือก แต่ฟรอยด์ก็ไม่เคยหยุดสูบจนกระทั่งเขาตาย

ช่วงนี้รู้สึกว่าตนเองใช้เวลาอยู่กับหนังสือมากกว่าปกติ นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน อ่านหนังสือวิชาการมากขึ้น ไม่ค่อยได้อ่านนิยาย และก็พยายามอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ แม้จะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ตาม ตอนนี้พยายามเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่า เราเป็นนิสิตปริญญาโทแล้ว จะมัวทำตัวเหลวไหลเรื่อยเปื่อยเหมือนปริญญาตรีไม่ได้ หากเรียนแค่ให้มันผ่านๆ ไปไม่ได้ขวนขวายหาความรู้อะไรมากเหมือนปริญญาตรี ถ้าเป็นอย่างนั้นจะมาเรียนทำไม พยายามหาเวลาพักบ้างเหมือนกัน แต่ก็คิดว่าที่ตนเองกำลังทำอยู่มันไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรเลย อาจารย์โสรีช์บอกว่า เป็นนักศึกษาต้องค้นคว้าหาความรู้และอ่านหนังสือวันละ 8-10 ชั่วโมง เอาเข้าจริงๆ ก็ทำไม่ถึงสักที ต้องพยายามอีกเยอะ

***

ในวันนี้เมื่อ 4 ปีก่อน ผมเป็นเด็กหนุ่มไฟแรงที่ขวนขวายอยากรู้นั่นรู้นี่เต็มไปหมด โดยเฉพาะศาสตร์แห่งจิตวิทยาที่ตนเองกำลังร่ำเรียน มาวันนี้ไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นมอดดับลงไปหลายส่วน เหลือเพียงแสงสลัวเลือนราง และขี้เถ้าแห่งความเพ้อฝันว่าอยากทำโน่นทำนี่ แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรสักที เรียนจบมาหนึ่งปี แต่ชีวิตยังคงย่ำอยู่ที่เดิม มองสิ่งต่างๆ รอบตัวค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป ลูกโป่งแห่งความฝันหลุดลอยไปลูกแล้วลูกเล่า วันแล้ววันเล่าที่ผมแหงนหน้ามองดูพวกมันลอยจากไปบนท้องฟ้าแห่งโชคชะตาอันกว้างใหญ่ มีเพียงความคิดที่จะเอื้อมมือไขว่คว้ามันไว้ แต่สิ่งที่ผมทำคือ การเฝ้ามองอยู่เงียบๆ และเพ้อฝันต่อไป

บันทึกฉบับนี้ช่วยย้ำเตือนว่าผมเคยคิดเคยฝันอะไรไว้ และถามผมด้วยน้ำเสียงรุนแรงว่า “มึงอยากเป็นคนแก่ที่มัวนั่งเสียดายในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำหรือไงวะ จนกระทั่งแก่ตายไปโดยที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง” แน่นอน ผมปฏิเสธว่าผมไม่อยากแ่ก่ตายไปแบบนั้น

ผู้คนจำนวนมากตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ “ตื่น” คำว่า “ตื่น” ในที่นี้อาจหมายถึงการบรรลุถึงความปรารถนาที่แท้ของชีวิต

ผมยังอยากที่จะ “ตื่น” ก่อนตาย

เห็นทีผมคงต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ

3 thoughts on “บันทึกและความฝัน

  1. จากที่ได้อ่านบันทึกของคุณ มันทามให้ดิฉันคิดว่า ดิฉันก้อทามอย่างที่คุณทามคือดิฉันก้ออยากเรียนสาขาจิตวิทยามาก แล้วก้อศึกษาทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสาขานี้ ฉันอยากรู้อยากเห็นในสาขานี้ทุกเรื่อง ดิฉันก้อไม่รู้ว่าต่อไปถ้าดิฉันได้เรียนสาขานี้จริงๆๆดิฉันจะนำไปใช้ได้อย่างที่ดิฉันอยากได้รึเปล่า แต่เรื่องการจดบันทึกตามที่ดิฉันได้อ่านบันทึกของคุณ ดิฉันก้อเป็นคนที่ชอบจดบันทึกเหมือนกัน จดทุกอย่างที่ดิฉันได้เจอมาในแต่ล่ะวัน

  2. แค่อยากถามคุณแพน[คนข้างบน]เฉยๆนะค่ะ
    จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ค่ะ
    ที่คุณแพนถามคุณหมาดำว่า หากคุณได้เรียนสาขานี้จริงๆ
    คุณจะนำไปใช้ได้อย่างที่คุณอยากได้รึเปล่า
    เราก็เลยสงสัยว่า อะไรคือสิ่งที่คุณคิดอยากได้จากการเรียนสาขาจิตวิทยาค่ะ
    ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันเล่นๆนะค่ะ
    แล้วจะกลับมาดูสิ่งที่คุณอยากได้ค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s