กลอเรีย จีนส์ ร้านกาแฟในความทรงจำ

ผมเป็นคนชอบดื่มกาแฟ ไม่ถึงกับดื่มเป็นนิสัย แต่ก็ดื่มเกือบทุกครั้งที่โอกาส (และเงินในกระเป๋า) เอื้ออำนวย มีความรู้เรื่องกาแฟบ้า่ง งูๆ ปลาๆ จากการอ่านหนังสือ ทำให้ผมรู้จักและพอแยกแยะประเภทของเครื่องดื่มที่ทำจากกาแฟได้ ซึ่งก็ทำให้การดื่มกาแฟมีอรรถรสขึ้นเล็กน้อย จากที่เมื่อก่อนนี้ไม่รู้ว่าเอสเพรสโซคืออะไร ลาเต้กับคาปูชิโนต่างกันยังไง ไหนจะม็อคคาอีกล่ะ แต่ยังไงก็ตาม ผมว่าในเรื่องความพึงพอใจในรสชาติ เราก็ใช้ประสาทสัมผัสกับความเคยชินมากกว่าความรู้อยู่ดี บางทีเราก็สามารถบอกได้ว่ากาแฟแก้วไหนอร่อยหรือไม่อร่อย (สำหรับเรา) โดยไม่ต้องรู้จักหรือมีความรู้เกี่ยวกับมัน หรือสำหรับบางคน กาแฟสดราคาเป็นร้อยในร้านสุดหรูอาจไม่อร่อยเท่ากาแฟชงของรถเข็นข้างทางก็เป็นได้ ที่เกริ่นมายืดยาวไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องการที่จะบอกว่า ผมชอบดื่มกาแฟ และอยากเขียนถึงร้านกาแฟร้านหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านโปรดของผม

นอกจาก “อกาลิโก” ร้านกาแฟของคนรักของผมที่ปิดตัวไปเมื่อต้นปีก่อน (2551) ร้านกาแฟอีกร้านที่เป็นร้านโปรดสำหรับผมคือ “กลอเรีย จีนส์” ร้่านนี้มีทั้งหมด 3 สาขา คือ อโศก มาบุญครอง และภูเก็ต ก่อนหน้านี้ผมเดินผ่าน กลอเรีย จีนส์ สาขามาบุญครองเป็นประจำ แต่ไม่เคยคิดจะเข้าไปนั่งดื่มกาแฟ เพราะเห็นราคาแล้วรับไม่ไหว ตอนนั้นผมยังไม่กล้าที่จะลองดื่มกาแฟแพงๆ เท่าไหร่ ร้านที่เข้าเป็นประจำในตอนนั้นคือ “คอฟฟีเวิร์ล” ซึ่งราคาถูกกว่ากลอเรีย จีนส์ ประมาณ 20 – 30 บาท ส่วนราคากาแฟที่กลอเรีย จีนส์ นั้นพอๆ กับ “สตาร์บั๊คส์” เลยทีเดียว (ซึ่งผมไม่ชอบกาแฟสตาร์บั๊คส์ ทั้งเรื่องราคาและรสชาติ) เหตุผลที่ผมชอบไปนั่งคอฟฟี่เวิร์ลไม่ใช่เพราะรสชาติของกาแฟ แต่ชอบไปนั่งอ่านหนังสือมากกว่า ร้านคอฟฟี่เวิร์ลส่วนใหญ่จะอยู่ในร้านหนังสือบีทูเอส ทำให้เรากินกาแฟและเลือกอ่านหนังสือในร้านไปด้วยได้ มาช่วงหลังๆ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากคอฟฟี่เวิร์ลเป็นร้านอื่นๆ แต่ก็ไม่มีร้านไหนที่รสชาติถูกใจ จนกระทั่งผมตัดสินใจเดินเข้าร้านกลอเรีย จีนส์ และสั่งไอซ์ลาเต้หนึ่งแก้วใหญ่ ในราคา 120 บาท กาแฟแก้วใหญ่ของที่นี่ใส่เอสเพรสโซถึง 3 ช็อต ทำให้รสชาติกาแฟเข้มข้นได้ใจผมมากๆ (ปกติแล้วกาแฟแก้วใหญ่ของร้านส่วนใหญ่จะเพิ่มแค่นมกับน้ำแข็งเข้ามาเท่านั้น แต่กาแฟเท่าเดิม) พนักงานของที่นี่ก็มีความรู้เรื่องกาแฟพอสมควรทีเดียว และมีมาตรฐานและความพิถีพิถันในการชงกาแฟอย่างมากจากการสังเกตของผม

แม้จะไม่ค่อยมีโอกาสนั่งดื่มกาแฟที่นี่บ่อยครั้ง เพราะมาบุญครองไม่ใช่สถานที่เที่ยวของผมกับคนรัก โดยปกติเราจะวนเวียนอยู่แถวๆ เดอะมอลล์ท่าพระบ้าง บางแคบ้าง หรือไม่ก็เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า แต่กลอเรีย จีนส์ ก็เป็นร้านโปรดในใจของผมไปแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่ได้ลิ้มรสกาแฟของที่นี่ เมื่อมีโอกาส (และมีเงิน) ผมจะแวะเวียนมานั่งดื่มกาแฟที่นี่เสมอ มาคนเดียวบ้าง มากับเพื่อนบ้าง จนเมื่อเร็วๆ นี้ ผมมีโอกาสมานั่งดื่มกาแฟที่กลอเีรีย จีนส์ สาขามาบุญครองบ่อยครั้ง (เคยไปสาขาอโศกครั้งเดียว เพราะมันไกลเกินไปหน่อย) หอบโน้ตบุ๊คมานั่งทำงานไปด้วย สั่งกาแฟแก้วเดียว แต่นั่งทำงานทีละหลายๆ ชั่วโมง นั่งทำงานบ้าง (เป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุด หึหึ) นั่งคุยกับเพื่อนบ้าง มองผู้คนเดินผ่านไปมาบ้าง ครุ่นคิดอะไรคนเดียวบ้าง แอบมองพนักงานสาวของร้านอาหารญี่ปุ่นฝั่งตรงข้ามบ้าง ฯลฯ เหตุผลที่ผมอยากเขียนถึงกลอเรีย จีนส์ก็คือ วันนี้ (16 มีนาคม) เป็นวันสุดท้ายของร้่านสาขามาบุญครอง

อาจไม่ถึงกับเรียกว่าผูกพัน แต่รสชาติของกาแฟที่โปรดปราน รวมถึงการมานั่งที่นี่บ่อยครั้งในช่วงเวลาไม่นานมานี้ ทำให้ผมอดเสียดายไม่ได้ที่มันต้องปิดตัวลง ผมมานั่งดื่มกาแฟในวันสุดท้ายของร้าน ไม่ได้ต้องการมาดื่มด่ำซึมซับบรรยากาศอะไรหรอก แต่ตั้งใจมานั่งทำงานอยู่แล้ว พนักงานในร้านยังคงทักทายและยิ้มต้อนรับเหมือนเช่นเคย รวมถึงดูแลเรื่องการใช้ปลั๊กไฟและอินเตอร์เน็ตของร้านโดยไม่ต้องร้องขอ แม้เราจะไม่ได้รู้จักอะไรกันเป็นพิเศษ แม้กระทั่งชื่อของอีกฝ่ายเราก็ยังไม่รู้จัก แต่เราก็ไม่ได้แปลกหน้าต่อกันเหมือนคนที่ไม่เคยพบกันมาก่อน ผมเชื่อว่าถึงวันนี้เราต่างเข้าไปมีพื้นที่เล็กๆ ในชีวิตของอีกฝ่าย อย่างน้อยผมก็ยังจำรอยยิ้มของพวกเขาได้ กลอเรีย จีนส์สาขามาบุญครองปิดตัวลง เพื่อรอเปิดสาขาใหม่ที่สยามตอนกลางปีนี้ ผมบอกกับพนักงานคนหนึ่งว่า “ไว้จะรอไปอุดหนุนที่สาขาใหม่นะครับ” เขายิ้มและตอบกลับมาว่า “ผมก็จะรอพี่มาอุดหนุนนะครับ”

จากนี้ไปสถานที่ตรงนี้คงเปลี่ยนเป็นร้านอะไรสักอย่าง อาจจะเป็นร้านอาหาร ร้านขนม หรือร้านอะไรก็ตามแต่ แต่สำหรับผมแล้ว ที่แห่งนี้คือร้านกาแฟที่ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตผมเคยมานั่งดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ

One thought on “กลอเรีย จีนส์ ร้านกาแฟในความทรงจำ

  1. สวัสดีด้วย นานจริงๆ ช่วงนี้ก็มีงานตลอดเกี่ยวกับอบรม ดีนะกับชีวิตโดยทั่วๆไป มีอะไรให้ใคร่ครวญ และมีหนังสือให้อ่านเยอะทีเดียว เราจะจัดศิลปะกับการเขียนโลก ครั้งที่ ๓ ในเดือน กค. ช่วงนี้เริ่มมีคนมาอาศัยอยู่ที่ชุมชนแห่งนี้เพิ่มขึ้น มาเยียวยาจิตใจและมาเพื่อทำความรู้จักตัวตนต่างๆ อาทิตย์หน้าจะมีคนอกหักมาอยู่ที่นี้ด้วย ที่นี้กลายเป็นสถานบำบัดรักษาไปกลายๆล่ะ

    มีเรื่องดีๆจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับที่เราไปรู้จักกับคนไข้มะเร็งคนหนึ่ง มันดีมากๆสำหรับเราเพราะเขาให้เกียร์ติเราเป็นเพื่อน ได้ไปรู้จักกับคนไข้คนอื่นๆที่นอนอยู่เตียงข้าง (เมื่อไปเยี่ยมคนไข้คนนั้น) มันดีตรงที่เราได้ให้และเราก็ได้รับบางอย่างกลับมา

    เรื่องราวของหมาดำน่าสนใจมาก แล้วจะเข้ามาอ่านมากกว่านี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s