ภายนอกหน้าต่างห้องนอน

หลายสัปดาห์มานี้ ที่บ้่านผมมีการต่อเติมยกใหญ่ ตั้งแต่ทำโรงรถใหม่ ต่อเติมหลังคาบ้าน ทำรั้วบ้่าน ติดกันสาด ทาสีบ้าน กั้นห้องครัวใหม่ และอื่นๆ อีกมากมาย เท่าที่ไอเดียอันบรรเจิดของพ่อผมจะไปถึง เรียกได้ว่าต่อเติมคราวนี้เสร็จ คงหมดเงินไปเยอะและไม่คิดจะต่อเติมอะไรไปอีกนาน (หรือเปล่านะ) จะว่าไปแล้ว นับตั้งแต่ผมย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้เป็นเวลา 4 ปีมาแล้ว มันก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด (จนผมจำสีเดิมของบ้านไม่ได้แล้ว) ทั้งที่เกิดขึ้นจากความต้องการ (ของพ่อผม) และจากความจำเป็นต้องเปลี่ยนอย่า่งหลีกเลี่ยงไม่ได้่

สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาเสมอมา (ในบรรดาหลายๆ ปัญหา) ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่บ้านหลังนี้คือ ห้องนอนของผม ปัญหาเกิดจากการที่มันไม่มีกันสาด ทำให้ตอนสายและตอนบ่าย แดดจะส่องผ่านหน้าต่าง (ที่เป็นกระจกทั้งบาน) เข้ามาในห้องโดยตรง แม้จะมีผ้าม่านก็เถอะ แต่มันก็เอาไม่อยู่ ความรุนแรงของแดดทำให้ห้องนอนของผมร้่อนอบอ้าวอย่างยิ่งในเวลากลางวัน แต่ผมไม่ได้แคร์เรื่องนี้มากเท่ากับการที่หนังสือของผมต้องโดดแดดส่อง ทำให้หนังสือหลายๆ เล่มเกิดการสันดาปและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไปตามๆ กัน หนังสือจำนวนมากที่เรียงรายอยู่บนชั้นคือสมบัุติอย่างเดียวในชีวิตของผมตอนนี้ ทำให้ผมรักพวกมันอย่างยิ่ง นานวันเข้า ผมก็พอทำใจได้ (บ้าง) ปลอบใจตัวเองว่าแม้มันจะเหลืองไปบ้าง แต่หนังสือมีไว้อ่าน ไม่ไช่เอาไว้โชว์ อีกปัญหาหนึ่งเกี่ยวกับห้องนอนของผม คือตอนฝนตก น้ำฝนจะไหลซึมผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง ทำให้น้ำท่วมห้องผมมาแล้วหลายครั้งในหน้าฝน ทุกครั้งที่ฝนตก ผมต้องคอยหาผ้ามาซับน้ำไม่ให้ท่วมห้อง คราวหนึ่งที่ผมไม่อยู่บ้าน น้ำซึมผ่านชั้นหนังสือไปยังหนังสือที่วางอยู่บนชั้น ทำเอาหนังสือหลายเล่มเปียกปอนและบวมน้ำ คิดแล้วก็โกรธและโทษฟ้าฝน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย

ปัญหาดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่ผมย้ายเข้ามาจนกระทั่งตอนนี้ แต่มันกำลังจะหมดไป เมื่อพ่อผมเรียกช่างมาติดกันสาดแล้วในวันนี้ (ไชโยดังๆ 3 ที) ผมไปนั่งดูช่างติดกันสาด (สีเหลืองอ๋อย – ผมไม่ได้เป็นคนเลือกนะ) ด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากห้องนอนของผมอยู่ติดกำแพง ทำให้ช่างต้องปีนกำแพงจากอีกฝั่งของบ้าน หน้าต่างที่เคยโล่งๆ ถูกปิดลงมาครึ่งหนึ่งด้วยกันสาดสีเหลือง แม้ว่าการไม่มีกันสาดที่ห้องนอนจะเป็นปัญหา แต่จะว่าไป หากมองอีกด้านหนึ่งก็ถือเป็นข้อดีเหมือนกัน เพราะมันทำให้ผมมองทิวทัศน์ภายนอกได้อย่า่งชัดเจน ทั้งท้องฟ้า ต้นมะพร้าว พงหญ้ารกร้าง หมู่บ้านร้่างที่อยู่อีกฝั่งของคูน้ำ และบ้านเรือนใกล้เคียง

หลายคืนที่ผ่านมา ก่อนล้มตัวลงนอน ผมรวบม่านเข้าด้วยกัน เพื่อให้แสงจันทร์สีนวลส่องผ่านหน้าต่่างเข้ามา ช่วงนี้เพิ่งผ่านขึ้น 15 ค่ำมาไม่นาน ทำให้ดวงจันทร์ยังดวงกลมโตและสว่างเจิดจ้า มันสว่างมากเสียจนไม่ต้องเปิดไฟก็สามารถนอนอ่านหนังสือได้ ผมนอนเหม่อมองดวงจันทร์และคล้อยหลับไปท่ามกลางแสงจันทร์ที่อาบไปทั่วร่าง เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าตนเองใกล้ชิดกับธรรมชาติเหลือเกิน แม้ว่าจะมีโอกาสนานๆ ทีที่จะได้นอนมองท้องฟ้ายามค่ำคืน เพราะปกติกว่าที่ผมจะเข้านอนก็ปาเข้าไปตีสามตีสี่ ง่วงเสียจนไม่มีเวลามาดื่มด่ำกับอะไรแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้นอนมองออกไปนอกหน้าต่าง ผมรู้สึกว่าใจของตนเองสงบอย่างบอกไม่ถูก มองเห็นปุยเมฆเบาบางลอยเคลื่อนคล้อยผ่านหน้าต่างไป ดวงจันทร์สีเหลืองนวลค่อยๆ เคลื่อนจากขอบฟ้าขึ้นสู่เบื้องบนก่อนที่จะเคลื่อนลงที่ขอบฟ้าอีกด้่าน ดวงดาวดวงน้อยปรากฎตัวบ้างไม่ปรากฎตัวบ้างขึ้นอยู่กับความสว่างและมืดมิดของท้องฟ้า นานๆ ทีอาจจะมองเห็นเครื่องบินบินผ่านไปบ้าง ภาพเหล่านี้ปรากฎผ่านหน้าต่างห้องนอนที่ไม่มีกันสาด แต่จากนี้คงไม่มีอีกแล้ว

แม้ผมจะรู้สึกดีใจที่ปัญหาจะหมดไป แต่ก็เกิดความเสียดายไปพร้อมๆ กัน จากนี้ไปภาพที่ปรากฎผ่านหน้าต่างห้องนอนไม่ว่าจะเป็นเวลาใดคงจะเป็นเจ้ากันสาดสีเหลืองแทนที่จะเป็นท้องฟ้ากว้างใหญ่ บางทีความสะดวกสบายของชีวิตก็ทำให้เราพลาดการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติไป อยู่ดีๆ ผมก็นึกถึงคนที่จะเดินทางไปเที่ยวปาย แต่ไม่อยากอดทนนั่งรถบัสเก่าๆ ผ่านโค้งหลายร้อยโค้ง จึงเลือกนั่งเครื่องบินที่บินไม่กี่นาทีก็ถึง พวกเขาคงพลาดความงดงามหลายๆ อย่างระหว่างทางไปอย่างน่าเสียดาย เช่นกัน ความสบายของผมที่จะไม่ต้องทนกับแสงแดดและสายฝนที่ผ่านเข้ามาในห้อง ก็คงต้องแลกกับความงดงามยามค่ำคืนภายนอกหน้าต่างที่สูญหายไป

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองจะรู้สึกยังไงเมื่อได้นอนมองกันสาดแทนที่จะมองท้องฟ้า แต่เดี๋ยวคืินนี้ก็รู้…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s