แวนโก๊ะเรียกพี่: ปลุกความเป็นเด็กในตัวคุณ

พักหลังๆ มานี้ ผมอ่านหนังสือจบเล่มน้อยมาก ส่วนใหญ่อ่านแบบครึ่งๆ กลางๆ ค้างๆ คาๆ เล่มนี้นิดเล่มนั้นหน่อย แล้วก็คั่นหน้าค้างไว้จนลืม มาปีนี้ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือให้มากขึ้น แต่ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว หนังสือที่ผมอ่านจบจริงๆ มีเพียงนิยาย 2 เล่ม คือ “ปิศาจ” ของเสนีย์ เสาวพงษ์ กับ “ทุ่งมหาราช” ของเรียมเอง (มาลัย ชูพินิจ)  ทั้ง 2 เล่มได้มาพร้อมกันจากร้านดอกหญ้าที่สยามแสคว์ หลังจากอ่านทุ่งมหาราชจบไปเมื่อต้นเดือน ผมก็ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มใดจบอีกเลย จนกระทั่งวันนี้

วันนี้ผมไปนั่งทำงานที่หอสมุดกับเพื่อนๆ ซึ่งประกอบด้วยพี่มี่ วิกกี้ และปูน ในขณะที่กำลังนั่งทำงาน ผมเห็นพี่มี่หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน และหัวเราะคิกคักอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผมเกิดความสนใจขึ้นมาว่าหนังสือที่อยู่ในมือของพี่มี่เป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร ทำไมถึงทำให้พี่มี่ขำได้ขนาดนี้ คำถามของผมได้รับคำตอบเมื่อผมลองหยิบมันขึ้นมาอ่านด้วยตัวเอง หนังสือเล่มที่ว่าก็คือ “แวนโก๊ะเรียกพี่” ของสังข์ 108 มงกุฏ ที่จริงผมเคยเห็นหนังสือเล่มนี้มานานแล้ว แต่ไม่เคยคิดอยากจะอ่าน ไม่แม้กระทั่งหยิบขึ้นมาเปิดดู แต่พอได้เปิดอ่านแล้ว ต้องบอกว่า มันสนุกถึงขั้นวางไม่ลงทีเดียว

แวนโก๊ะเรียกพี่

“แวนโก๊ะเรียกพี่” ไม่ได้มีสาระ หรือแง่คิดใดๆ ให้หนักหัว มากไปกว่าความสดใสและน่ารักของบรรดาเด็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หนังสือเล่มนี้คู่ควรแก่การหยิบมาอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกผู้ใหญ่ทั้งหลายที่นับวันจินตนาการและความสดใสแบบเด็กๆ จะถูกลืมเลือนไปตามเข็มนาฬิกาของชีวิตที่หมุนไปอย่างเร่งรีบ ผู้ใหญ่ทุกคนสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อปลุกความเป็นเด็กในตัวคุณที่หลับใหลอยู่ที่ไหนสักแห่งให้ตื่นขึ้น นานเท่าไรแล้วนะที่คุณหลงลืมเขาไป ตอนนี้เด็กน้อยคนนั้นยังสบายดีไหม หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ลองถามเขาดูสิครับ

ผมเชื่อว่าตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้ใหญ่ที่จินตนาการหดหาย ทุกวันนี้ผมคิดแล้วคิดอีกก่อนจะหยิบดินสอมาวาดรูปสักรูป เพราะกลัวว่ามันจะไม่สวย และกังวลหากมีคนมาเห็นและวิจารณ์มัน ระยะทางระหว่างหัวใจกับมือแม้จะสั้นๆ แต่สำหรับผมมันช่างไกลแสนไกล กว่าที่หัวใจจะสื่อสารกับมือและถ่ายทอดออกมาเป็นภาพได้นั้นช่างแสนยากเย็น จริงๆ แล้วผมอาจลืมไปว่าคุณค่าของการวาดรูปไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผมกลัวและกังวลเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ปล่้อยให้หัวใจกับมือสื่อสารกันโดยที่ไม่ต้องมีอะไรมาขวางกั้น เพียงแค่นี้…นี่แหละคือคุณค่าของการวาดรูป นอกเหนือจากการวาดรูปแล้ว ผมรู้สึกว่าตนเองมักมองโลกและชีวิตด้วยสายตาที่ซับซ้อน บ่อยครั้งที่ผมอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตตามกรอบของแนวคิดและทฤษฎีหรือความเคยชิน แต่บางทีผมอาจลืมไปว่าคุณค่าบางอย่างของชีวิตไม่อาจค้นพบได้จากตัวหนังสือหรือจากขี้ปากของใคร แต่เกิดจากสัมผัสสิ่งต่างๆ ในชีวิตด้วยใจที่เปิดกว้าง รับรู้โลกอย่างตรงไปตรงมาตามที่หัวใจชักนำ แม้ไม่มีอะไรมายืนยันว่าหัวใจจะนำพาให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ร่ำรวย หรือมีชื่อเสียง แต่ที่แน่ๆ หัวใจไม่หลอกเราแน่นอน

ผมไม่อยากยกตัวอย่างว่าเด็กๆ ในหนังสือเล่มนี้เขามีคำพูดเด็ดๆ อะไรบ้าง อยากให้คุณไปลองหาอ่านเอาเองตั้งแต่ต้นจนจบเพื่ออรรถรสในการเสพหนังสือเล่มเล็กที่หนาเพียงสองร้อยกว่าหน้า แต่ผมขอยกส่วนหนึ่งที่ผมชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้มาเป็นตัวอย่างและบทสรุปเรื่องราวทั้งหมดของ “แวนโก๊ะเรียกพี่” ส่วนที่ว่าก็คือบทสุดท้่ายของหนังสือเล่มนี้ สังข์ถามหนูน้อยอายุ 5 ขวบคนหนึ่งว่าโตขึ้นเขาอยากเป็นอะไร หนูน้อยตอบว่า “อยากเป็นเหมือนเดิมครับ” สังข์ถามต่อไป “เป็นอะไร?” คำตอบของหนูน้อยคนนี้ทำเอาผมรู้สึกเหมือนตนเองถูกทุบเข้าจังๆ ที่หัว “…เป็นคน” หนูน้อยตอบ คำตอบของเด็กน้อยอาจจะเกิดขึ้นอย่างใสซื่อและไม่ได้่ผ่านการใคร่ครวญใดๆ ก่อนตอบ แต่มันเป็นคำตอบที่แสดงถึงสัจธรรมสูงสุดอย่างหนึ่งของชีวิต เราไม่จำเป็นต้องอยากเป็นอะไรเลย เพราะจริงๆ แล้วเราก็เป็นอย่างที่เราเป็นนั่นแหละ นั่นก็คือ “…เป็นคน” บางทีอาจจะมีแต่เด็กกับผู้บรรลุธรรมเท่านั้นจึงจะคิดเ่ช่นนี้ได้ ที่จริงแล้ว เด็กน้อยคนนั้นเมื่อหลายปีก่อน(หรือหลายสิบปีก่อน) อาจะไม่ได้หายไปไหน แต่อะไรหลายๆ อย่างในชีวิตทำให้เราหลงลืมเขาไป เราจะทำอย่างไรให้คงความเป็นเด็ก “เหมือนเดิม” ในชีวิตเอาไว้ให้ได้ มันเป็นคำถามที่ท้าทายอย่างยิ่ง

ผมนึกถึงประโยคที่ปราชญ์ชาวอินเดียท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “สิ่งใดๆ ก็ตามที่คุณคิดว่าคุณเป็น จริงๆ แล้วคุณไม่ได้เป็นมันหรอก” เราเป็นอะไรไม่ได้เกิดจากความคิดว่าเราเป็น แต่เราเป็นในสิ่งที่เราเป็น ขอให้คุณหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านด้วยความเพลิดเพลิน และอย่าลืมชวนเด็กน้อยคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณคุยด้วยล่ะ หรือถ้าจะให้ดี ฟังเพลง “พื้นที่เล็กเล็ก” ของบอย-ตรัยฯ ไปด้วยก็จะได้อารมณ์มากๆ ครับ

ขอพื้นที่เล็กเล็กให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม นานเท่าไรก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า

ให้ความสดใสยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป

ขอพื้นที่เล็กเล็กนี้ยังเป็นเด็กไปนานนาน ให้เรายังได้ฝันให้เรายังยิ้มได้

โลกแห่งความจริงมันจะดีหรือร้าย เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ…เอาไว้

(เพลงพื้นที่เล็กเล็ก)

หมายเหตุ

แวนโก๊ะเรียกพี่

บริษัท เวิร์คพอยท์ พับลิชชิ่ง จำกัด

พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2549

ราคา 185 บาท

4 thoughts on “แวนโก๊ะเรียกพี่: ปลุกความเป็นเด็กในตัวคุณ

  1. หวัดดีค่ะคุณ Blackdog
    ติดตามอ่านมาหลายวัน (อย่างเงียบ ๆ)
    แต่แอบไปแนะนำให้เพื่อน ๆ อ่าน (ตามwebsite อยู่หลายที่เลยค่ะ)

    ขอบคุณมาก ๆ นะคะ…
    สำหรับเนื้อหา สาระ และความบันเทิงที่ตั้งใจเผแพร่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนอย่างมากมาย

    จะติดตามตอนต่อ ๆ ไปนะคะ….

    • ขอบคุณมากครับที่เข้ามาอ่าน

      พักหลังๆ ผมไม่ค่อยว่างอัพเดทเท่าไหร่ จะพยายามอัพเดทให้บ่อยขึ้นนะครับ

      ดีใจนะครับที่มีคนสนใจ

  2. ดีใจเช่นกันค่ะที่ได้เจอ Blog นี้

    เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาต่อ Couseling มากเลยค่ะ

    (กำลังหาข้อมูลสอบสัมภาษณ์อยู่ค่ะ)

  3. หวัดดีครับ คุณ Blackdog ผมได้อ่านบทความของคุณหลายเรื่องที่มีอยู่ รู้สึกดีครับ ได้รับมุมมองใหม่ๆในการมองอะไรๆบนโลกนี้ เยอะเลย

    ผมรบกวนนิดนึงครับ จะถามเรื่องการสอบเข้าต่อ Couseling
    ที่มีการสอบข้อเขียน( ความสามารถในการคิดวิเคาระห์) ครับ
    ทางคุณ Blackdog พอจะมีประสบการณ์ไหม ช่วย share ให้หน่อยครับ

    ขอบคุณครับ ( ถ้ามีเวลา อย่าลืม update เรื่องใหม่ๆนะครับ )

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s