ไม่มีมิตร-ศัตรู มีเพียงจิตใจที่แบ่งแยก

ชีวิตของฉันในช่วงนี้วนเวียนอยู่กับการถกเถียงทางความคิด ทั้งกับคนรอบข้างและกับตนเอง เกือบทุกครั้งไม่มีข้อสรุป และมากครั้งที่นำไปสู่ความขัดแย้ง ทั้งทางความคิดและความรู้สึก

ประเด็นสำคัญตอนนี้ก็คือ “การเมืองไทย” ที่กำลังร้อนระอุ ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลของนายสมัคร(หรือนายทักษิณ?)กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(ของใคร?) ขยายวงกว้างเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนที่นิยมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไม่นิยมฝ่ายใดก็ยังถูกดึงเข้าไปสู่เกมแห่งการประลองกำลังกับเขาด้วย

ตอนนี้ความคิดที่ว่าคนที่คิดเห็นตรงกันคือ “มิตร” และคิดต่างคือ “ศัตรู” กำลังก่อตัวขึ้นในสังคม และฉันเอง แม้จะปฏิเสธการเลือกข้าง แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความคิดแบ่งแยกเกิดขึ้นภายในใจ

ฉันมองว่าการถกเถียงทางความคิดที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในสังคมตั้งอยู่บน “ความรู้สึก” มากกว่า “เหตุผล” หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น “เหตุผลปนความรู้สึก” เสียเป็นส่วนใหญ่

เมื่อต่างฝ่ายต่างมีกรอบในการมองโลกคนละชุดและพยายามชูกรอบของตนเองว่าเป็นความจริงสูงสุด ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจึงไม่อาจยุติ ยิ่งนานวันจิตใจที่แบ่งแยกระหว่างพวกเขาพวกเรา มิตรศัตรูก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ฉันแทบไม่อยากเชื่อเมื่ออ่านความคิดเห็นตามเว็บบอร์ดทางการเมืองต่างๆ ความคิดเห็นจำนวนมากแสดงถึงความโกรธ เกลียด แค้น เคือง ฝ่ายตรงข้ามราวกับพวกเขาได้ก่ออาชญากรรมใหญ่หลวง ทั้งที่ทั้งหมดเป็นเพียง “ความต่าง” ของจุดยืนทางการเมือง

ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเพียงเศษเสี้ยงเดียวของชีวิต

จุดยืนของฉันคือไม่เห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรฯ และคิดว่าพวกเขาควรจะเลิกตะแบงในการขับไล่รัฐบาลและหยุดสร้างความแตกแยกให้กับคนในสังคมเสียที ในขณะที่คนรายรอบตัวฉันหลายคนเชื่อในแนวทางของกลุ่มพันธมิตรฯ และพวกเขาก็มีเหตุผลในการชุมนุมและขับไล่รัฐบาลที่พวกเขาคิดว่าไม่ชอบธรรม

ในการสนทนาเกี่ยวกับประเด็นนี้ หลายครั้งที่ฉันนิ่งเงียบเพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพวกพ้อง ได้แต่เก็บเป็นความขับข้องในใจ แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่ฉันพยายามชักจูงให้พวกเขาเชื่อตามเหตุผลของฉัน

และอย่างที่บอก มันมักจบลงด้วยความขัดแย้งเสมอ

ตอนนี้ฉันยังมองไม่เห็นทางออกของความขัดแย้งในสังคมที่กำลังเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าบทสรุปของเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

กลุ่มพันธมิตรฯ จะชุมนุมไปถึงเมื่อไหร่?

รัฐบาลของนายสมัครจะลาออกหรือไม่?

นายทักษิณจะถูกดำเนินคดีและถูกจำคุกไหม?

ฯลฯ

คงไม่มีผู้ใดตอบได้

แต่สิ่งที่ฉันคิดว่าสิ่งที่พวกเราควรจะทำเป็นอันดับแรกก็คือ “หยุด” ที่จะมองผู้ที่เห็นต่างเป็น “ศัตรู”

ไม่ว่าเราจะนิยมกลุ่มพันธมิตรฯ หรือเชียร์รัฐบาล อย่าให้ใครมาชักจูงให้เราต้องต่อสู้กันเองเพื่อ “อุดมคติ” ซึ่งแท้จริงแล้วไร้แก่นสาร

สำหรับคนส่วนใหญ่ คำว่า “สมานฉันท์” อาจฟังดูเลื่อนลอย เพราะอย่างไรเสียความขัดแย้งก็เป็นสิ่งไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่มีทางที่เราทุกคนจะคิดเห็นตรงกัน แต่อย่างน้อยก็ขอให้ “สมานฉันท์” จิตใจที่แบ่งแยกและเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดของเราเอง

ฉันสัญญากับตนเองว่าจะพยายาม “หยุด” การถกเถียงเรื่องการเมืองอย่างเอาเป็นเอาตายนับแต่บัดนี้ เพราะรู้สึกว่าตนเองสูญเสียพลังไปกับเรื่องนี้มากเหลือเกิน และไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดกับชีวิต

แน่นอน การเมืองเป็นเรื่องที่คนทุกคนในสังคมควรใส่ใจ แต่อย่าลืมว่ามันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต จุดยืนและความคิดที่แตกต่างก็ถกเถียงและว่ากันไปตามครรลองของมัน

แต่สิ่งที่เราต้องต่อสู้ด้วยแท้จริงก็คือ “ความโกรธเกลียด” ในใจของเราเอง

One thought on “ไม่มีมิตร-ศัตรู มีเพียงจิตใจที่แบ่งแยก

  1. กำลังคิดในสิ่งเดียวกัน ขออนุญาตินำความคิดผู้เขียนไปเผยแพรให้สติิเพื่อนมนุษยด้วยกันนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s