Once: กี่ครั้งในชีวิตที่คุณจะเจอคนที่ใช่?

หมายเหตุ: บทความมีการเปิดเผยเนื้อหาที่สำคัญของภาพยนตร์ หากไม่ต้องการทราบ ข้ามไปอ่านหัวข้อ “เกี่ยวกับภาพยนตร์” ในตอนท้ายได้เลย

once-irishamerica

-1-

ริมถนนที่วุ่นวายในกรุงดับลิน

ชายคนหนึ่งกำลังยืนขับขานบทเพลงอยู่เพียงลำพัง แลกกับเศษเงินจากคนที่เดินผ่านมาบนถนนสายนี้ มันเป็นบทเพลงที่ไม่มีใครรู้จัก เพราะเขาแต่งขึ้นเองและขับร้องมันเพียงลำพัง แม้ว่าคนส่วนใหญ่อยากฟังเพลงที่พวกเขารู้จักและเป็นที่นิยม และชายหนุ่มอาจจะได้เงินมากขึ้นหากทำเช่นนั้น แต่เขายืนยันที่จะเล่นเพลงของตนเอง–เพลงที่แต่งออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เพราะมันคือดนตรีในแบบของเขา

สองมือบรรเลงดนตรีจากกีตาร์คู่ใจตัวเก่า และปลดปล่อยถ้อยคำที่เรียงร้อยมาเป็นบทเพลง

แม้ไม่มีใครต้องการรับฟัง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ

บางทีสิ่งที่มีความหมายแท้จริงสำหรับมนุษย์คือ การทุ่มเทให้กับสิ่งที่ตนเองเชื่อ มากกว่าผลที่ได้รับจากมัน

แน่นอน เงินทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ แต่การทำตามความฝันทำให้มนุษย์นอนตายตาหลับ

ในวันปกติ เขาคือช่างซ่อมเครื่องดูดฝุ่นที่ร้านเล็กๆ ของพ่อ แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสเขาจะสะพายกีตาร์และเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง เพื่อทำในสิ่งที่เขารัก นั่นก็คือ “การเล่นดนตรี”

เขาคือ “นักดนตรีมืออาชีพ” อย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็น “นักดนตรี”

แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองฝัน แต่ความฝันนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ซุกซ่อนอยู่ในซอกหลืบหนึ่งของหัวใจ และรอคอยเวลาที่มันจะถูกปลุกมันขึ้นมาอีกครั้ง

 

-2-

คืนวันหนึ่ง ถนนในเมืองดับลินมีผู้คนบางตา

เขายังคงบรรเลงบทเพลงอย่างโดดเดี่ยว ปราศจากคนสนใจ

หญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านมา และหยุดฟังเพลงที่เขาร้อง เธอประทับใจบทเพลงที่ไม่มีใครรู้จักของเขา จากนี้ไป เธอคือผู้หญิงที่เข้ามาจุดประกายความฝันที่เคยสูญหายของเขาขึ้นมาอีกครั้ง

เธอเป็นผู้อพยพชาวเช็คที่ย้ายเข้ามาอยู่ในไอร์แลนด์ พร้อมกับแม่และลูกสาวอีกหนึ่งคน ทั้งสามอาศัยอยู่ในอพาทเมนต์เล็กๆ แห่งหนึ่งในเมือง

ทุกครั้งที่ว่างจากการทำงาน เธอจะเดินเข้าไปที่ร้านขายเครื่องดนตรีในเมือง และขอผู้จัดการร้านเล่นเปียโน หญิงสาวมีฝีมือในการเล่นเปียโน พ่อของเธอเป็นนักดนตรีวงออร์เคสตราที่บ้านเกิด แต่ข้อจำกัดในชีวิตทำให้เธอต้องเก็บความสามารถในส่วนนี้เอาไว้

บางทีชีวิตก็ไม่มีทางเลือกให้กับคนเรามากนัก

สิ่งที่คนเรา “อยาก” ทำ มักสวนทางกับสิ่งที่ “ต้อง” ทำเสมอ

ความสามารถบางอย่างของเราจึงจำเป็นต้องถูกเก็บเอาไว้ เพราะสิ่งที่ “ต้อง” ทำนั้นสำคัญยิ่งกว่า แต่ก็ใช่ว่ามันไม่มีความหมาย เธอไม่อาจใช้การเล่นเปียโนในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว แต่ทุกครั้งที่ได้บรรเลงเปียโน เสียงดนตรีก็ช่วยเติมเต็มบางอย่างในหัวใจของเธอ

ในวันปกติ เธอทำงานเป็นแม่บ้านที่คอยดูแลและทำความสะอาดบ้านที่มีคนว่าจ้าง นอกจากนี้ยังเดินเร่ขายดอกกุหลาบบนถนนในเมือง–ถนนเดียวกับที่เขาเล่นดนตรี

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้น เมื่อเธอรู้ว่าเขาเป็นช่างซ่อมเครื่องดูดฝุ่น และบอกว่าจะเอาเครื่องดูดฝุ่นของเธอมาให้เขาซ่อม วันต่อมาเธอกับเขาเดินคุยกัน โดยหญิงสาวลากเครื่องดูดฝุ่นไปด้วย ท่ามกลางผู้คนที่พลุกพล่านบนถนนในเมือง

เป็นฉากที่ประทับใจผมเหลือเกิน

 

-3-

เขาคือชายที่มีบาดแผลจากอดีต คนรักของเขาย้ายไปอยู่ที่ลอนดอน ส่วนเขายังลังเลที่จะตามเธอไปที่นั่น หรือที่จริงเขาอาจจะกลัวที่จะเดินทางไปตามหาความฝันในการเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง เมื่อไม่อยากผิดหวัง เขาจึงเลือกที่จะเล่นดนตรีเงียบๆ เพียงลำพังที่บ้านเกิด

เล่นตามใจชอบ ไม่ต้องคาดหวังการยอมรับจากใคร แม้ใจจริงเขาอาจจะไม่ได้ต้องการเช่นนั้น

ส่วนเธอคือหญิงสาวที่มั่นคงต่อสามี แม้ว่าเธอกับแม่และลูกสาวอพยพมาที่ไอร์แลนด์ และไม่ได้ข่าวของสามีที่ยังคงอยู่ในเช็ค แต่เธอก็ยังคงเฝ้ารอวันที่เขาจะเดินทางตามมา

ไม่ว่าเธอยังรักเขาอยู่หรือไม่ แต่เขาคือสามีของเธอ และลูกของเธอก็ต้องการพ่อ

 

-4-

วันหนึ่ง ที่ร้านขายเครื่องดนตรี

เขาหยิบกีตาร์ขึ้นมา เธอนั่งอยู่หน้าเปียโน ทั้งสองบรรเลงบทเพลงแห่งโชคชะตาเพลงแรกร่วมกัน มันคือบทเพลงที่ชื่อ “Falling Slowly” เนื้อหาของเพลงกล่าวถึงความฝันในชีวิตที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และเรายังมีเวลาที่จะกอบกู้มันคืนมา แม้ว่ามันจะค่อยๆ สูญสลายลงทุกขณะก็ตาม

มันเป็นบทเพลงที่เป็นตัวแทนของชีวิตชายหนุ่มในตอนนี้

Take this sinking boat and point it home

We’ve still got time

Raise your hopeful voice you have a choice

You’ve made it now

(Falling Slowly)

เธอเข้ามากอบกู้ “นาวาแห่งความฝัน” ที่กำลังค่อยๆ จมลงของเขา ให้กลับฟื้นขึ้นมาและล่องลอยต่อไปบนสายธารแห่งชีวิต บทเพลงที่เขาและเธอร่วมกันขับขานได้ปลุกความฝันที่จะเป็นนักดนตรีและมีผลงานออกอัลบั้มของเขาขึ้นมาอีกครั้ง

และในทางกลับกัน เขาเองก็ช่วยโอบอุ้มความฝันของเธอไว้ด้วยเช่นกัน แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วเรา(ซึ่งเป็นผู้ชม) จะไม่รู้ว่าเส้นทางแห่งความฝันของทั้งคู่จะดำเนินไปสิ้นสุดตรงที่ใด แต่เขาและเธอก็ทำให้เราได้ตระหนักว่าความฝันนั้นยังคงอยู่ แม้มันจะไม่มีวันเป็นความจริงก็ตาม

เวลาล่วงเลยผ่าน เขาและเธอต่างร่วมมือกันสร้างฝันด้วยบทเพลง และสานสัมพันธ์แห่งความรักที่ลึกๆ ต่างก็รู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้

วันหนึ่งที่ริมทะเล หลังจากหญิงสาวพูดถึงสามีของเธอ ชายหนุ่มถามเธอว่า “คุณรักเขาหรือเปล่า ภาษาเชคว่ายังไง”

หญิงสาวตอบคำถามดังกล่าว ก่อนที่ชายหนุ่มจะถามต่อไปว่า “แล้วคุณรักเขาหรือเปล่า”

เธอตอบเขาเป็นภาษาเชคซึ่งไม่มีคำแปลเป็นภาษาไทยในซับไตเติ้ล แต่ความหมายของประโยคดังกล่าวก็คือ “ฉันรักคุณ” (ไม่ใช่เขา!)

แน่นอน เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูดในวันนั้น และตลอดเวลาที่ใกล้ชิดกันต่างฝ่ายก็ไม่ได้เปิดเผยความในใจที่ตนเองมีให้แก่กันและกัน แต่ผมเชื่อว่าเขาและเธอต่างเข้าใจความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีให้

เพียงแต่มิอาจเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยเงื่อนไขหลายๆ ประการของชีวิต

หรือบางทีมันอาจไม่จำเป็นต้องบอกก็เป็นได้

once2-amazonaws

 

-5-

นี่คือฉากที่น่าประทับใจที่สุดฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้

ค่ำคืนหนึ่งที่อพาร์ทเมนต์ของหญิงสาว เธอกำลังฟังดนตรีที่เอาอัดให้

หญิงสาวรับอาสาช่วยเขาแต่งเนื้อเพลงจากทำนองเพลงที่มีอยู่ ฟังได้ไม่นานแบตเตอรี่ในเครื่องเล่นหมดลง เธอเดินเข้าไปในห้องของลูกสาวที่กำลังหลับอยู่ และหยิบเศษเหรียญในกระปุกของลูกออกมา “แม่ขอยืมไปใช้ก่อนนะ”

แม้จะไม่มีเงินซื้อแบตเตอรี่ แต่เธอก็ยอมที่จะหยิบเงินเก็บของลูกมาใช้ เพื่อฟังดนตรีและแต่งเพลงให้เขา เธอเดินออกจากอพาทเมนต์ไปบนฟุตบาทที่มีเพียงแสงสลัวเลือนลางจากไฟข้างถนน เพื่อไปยังร้านค้าที่อยู่ถัดไปหลายช่วงตึก

ความรักทำให้คนเราสามารถทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องที่ดูงี่เง่าที่สุดในสายตาคนรอบข้าง แต่เราคงไม่มีวันเข้าใจภาวะดังกล่าว หากเราไม่ได้ใครคนนั้นที่อยู่ในห้วงแห่งความรัก

ความรักเปรียบเหมือนหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่งที่อยู่รอบข้าง แต่เราก็อดใจไม่ได้ที่จะกระโจนเข้าหา แม้จะรู้ว่าเราต้องเจ็บปวดจากมัน

ระหว่างทางเดินกลับ เธอยัดหูฟังใส่หูและเปิดเครื่องเล่น เนื้อเพลงของหญิงสาวพร่างพรูออกมาประกอบกับท่วงทำนองของชายหนุ่ม กลายเป็นบทเพลงที่ชื่อ “If you want me”

Are you really here or am I dreaming

I can’t tell dreams from truth

For it’s been so long since I have seen you

I can hardly remember your face anymore

When I get really lonely and the distance calls its only silence

I think of you smiling with pride in your eyes a lover that sighs

(If you want me)

มีบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมร้อยความรู้สึกของทั้งคู่เข้าด้วยกัน แม้จะเจอะเจอกันเพียงไม่นาน ระยะเวลาไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้อะไรได้เลยในเรื่องของความรัก

การรู้ได้ว่าใครคือ “คนที่ใช่” สำหรับเรา ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับ ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ มาอธิบายให้มากความ

การไม่อาจอยู่ร่วมกับ “คนที่ใช่” สำหรับเราเป็นสิ่งที่เจ็บปวด แต่อย่างน้อยเราก็บอกกับตนเองได้ว่าใครคนนั้นมีตัวตนอยู่จริงบนโลกนี้ แม้ใครคนนั้นจะจากไปในโลกแห่งความเป็นจริง แต่เขาไม่มีวันเลือนหายไปจากโลกแห่งความฝันที่อยู่ภายในใจของเรา

ตลอดทั้งเรื่อง ตอนที่เขาและเธอได้ใกล้ชิดกันที่สุดอาจจะเป็นตอนที่เล่นดนตรีและร้องเพลงร่วมกัน ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น ไม่มีการสัมผัส ไม่มีการจูบ และไม่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง (แม้เขาจะคิดอยู่บ้างตอนแรกที่ได้พบเธอ) พวกเขาสื่อสารความรู้สึกกันผ่านดนตรีและบทเพลงในโลกแห่งความฝัน

เพียงเท่านี้ก็มากเกินพอ

 

-6-

เช่นเดียวกับเขาและเธอที่ช่วยเติมเต็มความฝันให้แก่กันและกัน

ผมเชื่อว่าคนเราไม่อาจบรรลุถึงความฝันได้เพียงลำพัง ไม่ว่าเราจะเป็นใครหรือเก่งกล้าสามารถเพียงใด เราทุกคนต่างต้องการใครสักคนมาเป็นเพื่อนร่วมทางแห่งการแสวงหา ใครสักคนที่คอยปลอบโยนยามเราท้อแท้และเสียใจ ใครสักคนที่คอยเติมเต็มกำลังใจในยามที่เหนื่อยและอ่อนล้า ใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเป็นคนสุดท้ายแม้ว่ารอบกายเราจะไม่มีใครเหลือ

แล้วกี่ครั้งในชีวิตกันล่ะ ที่เราจะเจอคนๆ นั้น

หากคุณเจอใครคนนั้นแล้ว ผมก็ยินดีด้วย แต่ก็ต้องระลึกไว้อยู่เสมอว่าอาจจะเป็นแค่ “ครั้งเดียว” ในชีวิต หมั่นคอยดูแลและรักษาหัวใจของกันและกันเอาไว้ให้ดี เพราะอาจจะไม่มีครั้งต่อไปที่สายลมแห่งโชคชะตาจะนำพาใครคนนั้นเข้ามาในชีวิตของคุณอีกครั้ง

ในโลกนี้อาจมีคนมากมายเป็นสิบเป็นร้อยที่เราชื่นชอบ แต่ “คนที่ใช่”สำหรับเราล่ะ จะมีสักกี่คน

 

-7-

จากวันแรกที่เขาพบเธอจนถึงวันสุดท้าย แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเวลาเพียงเสี้ยวขณะหนึ่งของชีวิตก็ตาม แต่ก็เป็น “ครั้งเดียว” ที่มีความหมายสำหรับเขาและเธอ และจะอยู่ในความทรงจำของทั้งคู่ไปตลอดกาล

เขาตัดสินใจเดินทางไปหาคนรักที่ลอนดอน และนำเดโมที่อัดร่วมกับเธอติดตัวไปด้วย

ส่วนเธอได้พบกับสามีอีกครั้งและใช้ชีวิตร่วมกันที่ดับลิน พร้อมกับแม่และลูกสาว และได้เล่นเปียโนที่ตนเองรัก

ในเรื่องนี้ เขาคือชายผู้ไม่มีชื่อ (เครดิตตอนท้ายแทนชื่อเขาว่า “Guy”)

เธอคือผู้หญิงที่ไม่มีชื่อเช่นเดียวกัน (เครดิตตอนท้ายแทนชื่อเธอว่า “Girl”)

ผมไม่รู้ว่าเจตนาของผู้กำกับคืออะไร และไม่อยากเดาส่งเดช จึงขอแค่เพียงเก็บความรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับปริศนาที่ยังไม่คลี่คลายเอาไว้แบบนี้ดีกว่า หากคุณต้องการเดา ขอเชิญตามสบาย

อาจารย์ของผมเคยบอกว่า “เหตุการณ์ทุกอย่างในชีวิตเกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียว” เช่นเดียวกับที่นักปรัชญากรีกโบราณกล่าวว่า “เราไม่อาจก้าวลงบนแม่น้ำสายเดิมได้เป็นครั้งที่สอง”

และนั่นคือคำตอบของคำถามที่ว่า “กี่ครั้งในชีวิตที่คุณจะเจอคนที่ใช่?”

Once, once

I knew how to look for you

Once, once

But that was before

Once, once

I would have laid down to died for you

Once, once

But not anymore.

(Once)

 

เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้

Once หรือในชื่อไทยว่า “หัวใจร้องว่ารักเธอ” เป็นภาพยนตร์เชื้อสายไอริช โดยจอห์น คาร์เนย์ (John Carney) ที่ใช้ทุนสร้างเพียง 160,000 ดอลลาร์ และใช้เวลาสร้างเพียง 17 วัน นำแสดงโดยเกล็น แฮนซาร์ด (Glen Hansard) ซึ่งเป็นผู้ร้องและผู้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เกือบทั้งหมดในเรื่อง และมาร์เกตา อิกอร์ว่า (Marketa Irglova) ที่ช่วยแฮนซาร์ดแต่งและร้องบางเพลง ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายครั้งแรกที่ไอร์แลนด์กลางปี 2006 ที่อเมริกาแบบจำกัดโรงตอนต้นปี 2007 และเข้าฉายในไทยที่ลิโด้เมื่อต้นปี 2008 Once ประสบความสำเร็จในเวทีออสการ์ด้วยการคว้ารางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองจากเพลง “Falling Slowly” ที่แฮนซาร์ดกับอิกอร์ว่าขับร้องร่วมกัน และรางวัลตามเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ ทั่วโลกอีก 14 รางวัล การแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมกันทำให้แฮนซาร์ดกับอิกอร์ว่ากลายเป็นคู่รักในชีวิตจริง แม้ว่าอายุของทั้งคู่จะต่างกันถึง 18 ปี

once-poster-wiki

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Once ในฐานข้อมูลภาพยนตร์ http://www.imdb.com/title/tt0907657/

ตัวอย่างภาพยนตร์ Once http://www.youtube.com/watch?v=7mIpwx5lA5I

Mv เพลง Falling Slowly http://www.youtube.com/watch?v=CoSL_qayMCc

6 thoughts on “Once: กี่ครั้งในชีวิตที่คุณจะเจอคนที่ใช่?

  1. ดูแล้ว ๆ เมื่อวานเพิ่งบังคับให้พี่สอนกีต้าร์ ท่อนแรก i don’t know you but I want you ..จับสองคอร์ดแค่นี้ก็นิ้วปูดไปเลย คิดว่ากลางเดือนหน้าจะขึ้นเหนือสักหน่อย แล้วพี่สบายดีใหม? ช่วงนี้ทำอะไรบ้าง หน้าฝนแล้วดูแลสุขภาพด้วยนะ

  2. กี่ครั้งที่เราเจอคนที่ใช่ หรือ energy ในคนแบบไหนที่ถูกดึงดูด แล้วเราจัดการด้วยคุณลักษณะแบบไหน ของเรา ผึ้งอยากแชร์ให้เชื่อมโยงกับการทำงานด้านในจัง เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก เพราะเราอยู่ในช่วงของการเพรียกหาเพื่อน มิตรภาพ เพื่อหล่อเลี้ยงการเห็นโลกของเรา

  3. กี่ครั้งที่เราเจอคนที่ใช่ หรือ energy ในคนแบบไหนที่ถูกดึงดูด แล้วเราจัดการด้วยคุณลักษณะแบบไหน ของเรา ผึ้งอยากแชร์ให้เชื่อมโยงกับการทำงานด้านในจัง เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก เพราะเราอยู่ในช่วงของการเพรียกหาเพื่อน มิตรภาพ เพื่อหล่อเลี้ยงการเห็นโลกของเรา

    มีเพื่อนที่กำลังทำคอลัมภ์ลงนิตรสาร การเรียนรู้แนวพุทธเพื่อเด็กยุคใหม่ เลยอยากแชร์มากๆเกี่ยวกับกระทู้นี้คะ

  4. ผมชอบเรื่องนี้มาก ๆ คับผม

    ตอนแรกยังสงสัยอยู่ ว่าประโยคที่ริมแม่น้ำ เทอพูดว่าอะรัย

    พยายามหาอยู่หลายเดือน นัยที่สุดก้อพบแร้ว

    หุหุ

    ขอบคุณนะคับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s