การวิเคราะห์ กับ การสังเกต

ผมเชื่อว่านักศึกษาจิตวิทยาทุกคนคงได้ผ่านการเรียนรู้ที่เรียกว่า “การวิเคราะห์ตนเอง” ตามแนวคิดและทฤษฎีต่างๆ ทางจิตวิทยา การเรียนรู้โดยวิธีการนี้ได้ประโยชน์ในระดับหนึ่งในแง่ของการเข้าใจตนเองของนักจิตวิทยา แต่ผมคิดว่ามันยังมีข้อจำกัดและค่อนข้างจะเป็นมุมมองที่แคบพอสมควร

การวิเคราะห์ของเรามักจะติดอยู่กับความคิดเสียเป็นส่วนใหญเนื่องจากมีกรอบของทฤษฎีมาบีบให้เราต้องคิดไปตามนั้น ทำให้วิเคราะห์เท่าไรก็ไปไม่ถึงส่วนลึกที่อยู่ก้นบึ้งของจิตใจจริงๆ เสียที และแน่นอน ทุกทฤษฎีล้วนมีข้อจำกัดในตัวมันเอง แต่ละทฤษฎีเป็นเพียงการอธิบายแต่ละส่วนเสี้ยวของจิตใจ ไม่ครอบคลุมไปถึงทุกปรากฎการณ์ทางจิตที่เกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากกว่าการวิเคราะห์ตนเองคือ “การสังเกตตนเอง”

การสังเกตตนเองเป็นการเฝ้ามองทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฎขึ้นในใจ โดยไม่ต้องไปวิเคราะห์ ตีความ หรือควบคุม เราเป็นเพียงผู้ชม ไม่ใช่นักวิจารณ์ การสังเกตคือการรับรู้ตนเองอย่างตรงไปตรงมา ทั้งในมุมที่สว่างและมุมที่มืดมิด ผมเชื่อว่าการสังเกตด้วยใจที่ใสกระจ่าง ไม่มีกรอบแนวคิดหรือทฤษฎีเท่านั้น จะทำให้เราเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง

นักจิตวิทยาควรจะเป็นผู้ที่สังเกต “ใจ” ของตนเองอยู่เสมอ บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่จะสังเกตตนเองอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากในหัวของเรามักจะเต็มไปด้วยความคิด ความเชื่อ ค่านิยม ฯลฯ ที่คอยตัดสินและตีตราสิ่งต่างๆ ตามกรอบที่เราสร้างขึ้นอยู่เสมอ แต่เมื่อใดก็ตามที่เราพ้นไปจากสิ่งเหล่านี้ได้ เมื่อนั้นเราจะพบแง่มุมอันลึกลับที่ซ่อนอยู่ในใจของเรา

ผมคิดว่านิสัยเสียอย่างหนึ่งชองนักจิตวิทยาหรือผู้ที่ร่ำเรียนจิตวิทยามา (หรือผมเป็นของผมคนเดียว) ก็คือ การชอบวิเคราะห์ผู้อื่น วิเคราะห์ตามหลักการและทฤษฎีบ้าง วิเคราะห์ตามใจตนเองบ้าง แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงความคิดเพ้อเจ้อที่อยู่ในหัวของเราเท่านั้น ถึงที่สุดแล้วก็เกิดประโยชน์เพียงน้อยนิดหรืออาจจะเป็นกับดักที่ทำให้เราหลงทางในการเข้าใจผู้อื่นเสียด้วยซ้ำ

ในแง่ของจิตใจ ไม่มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง ผู้ที่คิดว่าตนเองเชี่ยวชาญเรื่องการวิเคราะห์ผู้ตน แท้ที่จริงแล้วเขาไม่เคยเข้าใจอะไรเกี่ยวกับผู้อื่นเลย เรื่องของจิตใจเป็นเรื่องที่ใหม่สดอยู่เสมอ และเป็นเรื่องที่ต้องสังเกตและเรียนรู้จากปัจจุบันขณะ ไม่ใช่ยึดตามแนวคิดหรือจับใส่กรอบของทฤษฎี

ที่กล่าวมาเสียยืดยาวก็เพียงต้องการชวนให้พวกเรา (บรรดานักจิตวิทยาตัวน้อยๆ) หันมาใช้ “การสังเกต” มากกว่า “การวิเคราะห์” ผู้ที่เป็นนักจิตวิทยาหรือทำงานในสายงานด้านนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเท่าทันใจของตนเอง หากเรายังไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในใจของเราอย่างแท้จริงแล้ว การมองหาสิ่งที่อยู่ในใจของผู้อื่นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้ต้องการบอกว่าทฤษฎีทางจิตวิทยาเป็นสิ่งไม่จำเป็นในการทำความเข้าใจตนเองผู้อื่น แต่มันทำให้เราเข้าใจได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น หากจะไปให้ไกลกว่านี้ต้องละทิ้งหลักการทุกอย่างและหันมาสังเกตตนเองอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น

One thought on “การวิเคราะห์ กับ การสังเกต

  1. เรามักใช้ชุดความคิดของเราเข้าไปตัดสินผู้คน และหากเรามองมันว่าเป็นเรื่องรูปแบบที่ตายตัว เราจะเห็นความคับแคบของเรา การฝึกฝนเรื่องนี้อาจจะต้องเริ่มค้นหา ต้นเหตุ ลองสนทนากับเสียงภายใน สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่ทำให้เราหงุดหงิด หรือสิ่งที่ทำให้เราไม่เข้าใจ

    และโดยส่วนตัวของผึ้ง เวลาที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ของสังฆะร่วมเรียนรู้ด้วยกัน ผ่านบททดสอบในวันที่เราเข้าใจผิดกัน เราตัดสินกันอย่างเปิดเผย สิ่งเหล่านี้ จะยิ่งทำให้เราเข้าใจสัจธรรมความจริงที่มีในตัวเราได้มากทีเดียว

    ขอบคุณเช่นกันที่ยังมีพื้นที่แบบนี้ให้อ่าน เป็นพื้นที่ๆสนใจอย่างใส่ใจ🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s