กรุสำหรับ counseling psychologist

การปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบพอเพียง (Sufficient Counseling): บทสรุปโดยสังเขปของการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา

Posted in จิ(ต)ปาถะ ด้วยแท็ก , , , , , , , on ธันวาคม 5, 2009 by blackdogsworld

ความนำ:

ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเข้าใจของผมเกี่ยวกับการปรึกษาเชิงจิตวิทยา

ความเข้าใจของผมเกี่ยวกับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ก่อนหน้านี้ ในสมัยที่ผมเป็นนักศึกษาปริญญาตรีจิตวิทยาคลินิก ที่ ม.เกษตรฯ ผมมองว่าการปรึกษาเชิงจิตวิทยาเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งของนักจิตวิทยาที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้คน นอกเหนือไปจากการทำแบบทดสอบ และการทำจิตบำบัด ซึ่งจะว่าไป ตอนนั้นผมก็เข้าใจเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้น้อยมากๆ

ตอนที่เข้ามาเรียนปริญญาโท จิตวิทยาการปรึกษา ที่จุฬาฯ มุมมองของผมที่มีต่อการปรึกษาเชิงจิตวิทยาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ผมรู้สึกว่าการปรึกษาเชิงจิตวิทยาที่ตนเองกำลังเรียนนั้น เป็นรูปแบบการเยียวยาปัญหาทางจิตใจของมนุษย์ที่ดีที่สุด และเป็นคำตอบสุดท้ายของนักจิตวิทยาทั้งมวล หลายครั้งที่ผมมองวิธีการของผู้อื่นด้วยสายตาหมิ่นแคลน และเพ้อฝันเกินจริงไปมากเกี่ยวกับความสามารถของตัวเอง ราวกับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาที่ตนเองร่ำเรียนมานั้นจะเปลี่ยนแปลงโลกได้ก็ไม่ปาน

จนกระทั่งเรียนจบและก้าวเท้าเข้าสู่โลกของการทำงาน มุมมองของผมก็เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง จากความเข้าใจการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านความเพ้อฝันและอุดมคติ สู่ความเข้าใจผ่านความจริงในชีวิตของตนเอง ผมขอเรียกมุมมองนี้ว่า “การปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบพอเพียง” (อย่าสับสนกับเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ) ซึ่งเป็นการทำความเข้าใจการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบพอดีๆ กับชีวิตของตนเอง

จะว่าไป สิ่งที่ผมเขียนต่อไปนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ เป็นเพียงการเรียบเรียงความคิดที่กระจัดกระจายของตนเองที่ได้รับจากการเรียนกับอาจารย์โสรีช์ โพธิแก้ว ให้เป็นระบบเท่านั้น

ความหมายแบบพอเพียงของการปรึกษาเชิงจิตวิทยา:

การปรึกษาเชิงจิตวิทยาคือการถ่ายทอดความเข้าใจโลกและชีวิตของนักจิตวิทยาการปรึกษาไปยังผู้รับบริการ

การปรึกษาเชิงจิตวิทยาคืออะไร? เป็นคำถามสำคัญที่นักจิตวิทยาการปรึกษาต้องตอบ และคำตอบที่ได้ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนและวิถีของนักจิตวิทยาการปรึกษาคนนั้นๆ

มีความหมายของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาระบุไว้ในตำราเป็นจำนวนมาก นักจิตวิทยาแต่ละท่านต่างมีแนวคิดที่แตกต่างหลากหลาย การทำความเข้าใจความหมายเหล่านี้ผ่านการเรียนรู้จากตำรา หรือแม้แต่ในห้องเรียน ไม่ช่วยให้ผมเข้าใจการปรึกษาเชิงจิตวิทยามากขึ้นเท่าไหร่

ก่อนหน้านี้ หลายสิ่งที่ผมคิดว่าตนเองเข้าใจก็เป็นเพียงการจำสิ่งที่คนอื่นพูดเอาไว้เท่านั้น ไม่ต่างอะไรจากเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องหนึ่ง ผมเชื่อว่านักจิตวิทยาการปรึกษาที่แท้จะมีความหมายของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาในแบบฉบับของตน ความหมายจะเหมือนหรือต่างกับใครไม่ใช่ประเด็น ที่สำคัญคือ เราเข้าใจแบบนั้นจริงหรือไม่ และคงไม่มีหนทางอื่นใดที่จะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เรียกว่าการปรึกษาเชิงจิตวิทยา นอกจากการเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้มันจากประสบการณ์ของตนเอง จนกระทั่งกลั่นกรองออกมาเป็นความหมายในแบบฉบับของตน

จากประสบการณ์ของผม (ที่ถือว่ายังไม่ยาวนานนักบนถนนสายนี้) การปรึกษาเชิงจิตวิทยาคือการถ่ายทอดความเข้าใจโลกและชีวิตของนักจิตวิทยาการปรึกษาไปยังผู้รับบริการ ส่วนสำคัญที่ต้องตระหนักและขีดเส้นใต้ไว้ในใจเสมอๆ คือ ความเข้าใจโลกและชีวิตของนักจิตวิทยาการปรึกษาไม่ใช่ความเข้าใจโลกและชีวิตทั่วๆ ไป แบบที่คนอื่นพูดถึงเอาไว้ แต่การถ่ายทอดความเข้าใจของนักจิตวิทยาการปรึกษาไปยังผู้รับบริการ เป็นการถ่ายทอดที่วางอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ชีวิตและตัวตนของนักจิตวิทยาการปรึกษา

นักจิตวิทยาการปรึกษาเข้าใจโลกและชีวิตแบบใดก็ถ่ายทอดความเข้าใจดังกล่าวออกไปแบบนั้น เพื่อเยียวยาปัญหาของผู้รับบริการ ส่วนรูปแบบและวิธีการถ่ายทอดความเข้าใจก็ขึ้นอยู่กับวิถีของนักจิตวิทยาแต่ละคน ซึ่งไม่อาจแยกออกจากวิถีชีวิตของนักจิตวิทยาการปรึกษาคนนั้นๆ

คุณลักษณะแบบพอเพียงของนักจิตวิทยาการปรึกษา:

นักจิตวิทยาการปรึกษาคือมนุษย์คนหนึ่งที่มีใจอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และมีความจริงแท้ในทุกๆ ขณะของชีวิต

เช่นเดียวกับความหมายของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาการปรึกษา คุณสมบัติของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ระบุไว้ในตำราก็มีมากพอๆ กัน แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เราเข้าใจตัวตนของนักจิตวิทยาการปรึกษาอยู่ดี

ในมุมมองของผม คุณลักษณะที่สำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาคือ การมีใจอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ส่วนความรู้และความสามารถเป็นเรื่องรองลงมา หากไม่มีใจที่มีความปรารถนาอยากให้เพื่อนมนุษย์หลุดพ้นจากปัญหา นักจิตวิทยาการปรึกษาก็เป็นเพียงแค่เครื่องยนต์กลไกที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าไปตามเงื่อนไขที่ถูกวางเอาไว้ แม้จะมีความรู้เต็มหัว มีความเชี่ยวชาญในเรื่องทักษะทางด้านการปรึกษาเต็มเปี่ยม แต่หากขาดใจที่ปรารถนาดีไปเสีย สิ่งที่ทำก็คงไม่มีคุณค่าและความหมายใดๆ จุดเริ่มต้นที่สำคัญนี้เป็นสิ่งที่นักจิตวิทยาการปรึกษาหรือผู้ที่วาดฝันว่าอยากเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาควรตระหนัก

คุณลักษณะที่สำคัญอีกประการหนึ่งของนักจิตวิทยาการปรึกษาคือ ความจริงแท้ในทุกๆ ขณะของชีวิต จะว่าไป นักจิตวิทยาการปรึกษาก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการของการเรียนรู้และเติบโตบนวิถีแห่งการทำความเข้าใจโลกและชีวิต ไม่จำเป็นที่นักจิตวิทยาการปรึกษาต้องแสดงตัวเป็นผู้รู้และผู้เข้าใจโลกและชีวิตไปเสียทุกเรื่อง ไม่จำเป็นต้องแสดงตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยเหลือเยียวยาปัญหาของมนุษย์ได้ทุกกรณี แต่นักจิตวิทยาการปรึกษาเพียงจริงแท้กับตนเอง โดยตระหนักรู้ว่าตนเองเป็นใคร มีความเข้าใจโลกและชีวิตอย่างไรในแต่ละขณะของชีวิตที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และจริงแท้ต่อผู้อื่น โดยการแสดงออกเท่าที่ตนเองเป็น เท่าที่ตนเองรู้ และเท่าที่ตนเองสามารถ ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น

ทำลายนักจิตวิทยาการปรึกษาในอุดมคติทิ้งไปเสีย และกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่มีทั้งตัวเราในด้านที่น่าพึงพอใจ และตัวเราในด้านที่ไม่น่าอภิรมย์ หากไม่ยอมรับในจุดนี้ การเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาคงเป็นเพียงการเล่นปาหี่ หลอกตัวเองและคนอื่นไปวันๆ หนึ่ง

บทสรุปแบบพอเพียงของการปรึกษาเชิงจิตวิทยา:

นักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพ หรือ ผู้ประกอบอาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษา คุณเท่านั้นที่จะตอบได้

ในประเทศไทย หนทางสู่การเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาดูเหมือนจะไม่ค่อยสะดวกราบรื่นเท่าใดนัก ปัจจุบันยังไม่มีองค์กรที่ดูแลเรื่องวิชาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาอย่างเป็นทางการ ทำให้นักจิตวิทยาการปรึกษาดูเหมือนจะเป็นใครก็ได้ที่เรียนจบมาทางด้านนี้และอยากเรียกตัวเองว่านักจิตวิทยาการปรึกษา แม้จะเป็นเช่นนั้น ผู้ที่เรียกตัวเองว่านักจิตวิทยาการปรึกษาก็ยังคงมีไม่มากนัก และอาจจะยิ่งน้อยลงไปอีกหากเราจะมองหานักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพสักคน

มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง “นักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพ” กับ “ผู้ประกอบอาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษา”

อาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาเป็นเพียงอาชีพหนึ่งท่ามกลางอาชีพอีกมากมายบนโลก ผู้ที่ประกอบอาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษามีหน้าที่หลักคือการให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาและการพัฒนาศักยภาพของบุคคล โดยอาศัยกระบวนการทางจิตวิทยา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประกอบอาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาอาจไม่ใช่นักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพ หากพวกเขามองว่าการปรึกษาเชิงจิตวิทยาเป็นเพียงการงานที่แยกต่างหากจากชีวิตของตนเอง

ผู้ที่เป็นนักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพไม่จำเป็นต้องประกอบอาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาเสมอไป กระทั่งบางทีอาจจะไม่เรียกตัวเองว่านักจิตวิทยาการปรึกษาด้วยซ้ำ แต่นักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพมีความเป็นนักจิตวิทยาอยู่ทุกๆ มิติในชีวิตของพวกเขา ไม่ว่าจะในบทบาทของพ่อแม่ ครูอาจารย์ มิตรสหาย หรือในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งที่มีต่อมนุษย์คนอื่นๆ ไม่ว่าพวกเขาจะประกอบอาชีพใด จุดมุ่งหมายที่นักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพมีร่วมกันคือ การเอื้อให้ผู้คนเกิดความเข้าโลกและชีวิตเพิ่มมากขึ้นผ่านความเข้าใจโลกและชีวิตของนักจิตวิทยาการปรึกษา ซึ่งนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาและการพัฒนาศักยภาพของบุคคลตามวิถีทางของตนเอง

ผมเชื่อว่า ตัวตนของนักจิตวิทยาการปรึกษาไม่อาจแยกออกจากงานของพวกเขา การเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาที่แท้จริงไม่มีสวิทช์เปิด-ปิดได้ตามใจชอบ ไม่มีเวลาเลิกงาน นักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพมีความจริงแท้ในตัวเองในทุกๆ มิติของชีวิต นักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพต้องเชื่อมั่นในวิถีทางที่ตนเองใช้ในการปรึกษาเชิงจิตวิทยาอย่างแท้จริง และแนวทางในการปรึกษาเชิงจิตวิทยาไม่ต่างอะไรจากแนวทางที่พวกเขาใช้ในการมองโลกและชีวิตของตนเองเช่นกัน

คงไม่มีใครตัดสินแทนผู้อื่นได้ว่า ใครคือนักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพ หรือใครคือผู้ที่ประกอบอาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษา ผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้มีเพียงตัวเราเองเท่านั้น

แล้วคำตอบของคุณล่ะ คืออะไร?

เผยแพร่ครั้งแรกในวารสาร Ad Hoc บ้านมกราปี ’53

ที่มาของคำว่า “Counseling” ในเชิงจิตวิทยา

Posted in จิ(ต)ปาถะ ด้วยแท็ก , , , , , , , , , on ธันวาคม 17, 2008 by blackdogsworld

คำว่า “counseling” มีที่มาจากคำในภาษาอังกฤษยุคกลาง “counseil” คำในภาษาฝรั่งเศสยุคเก่า “conseil” คำในภาษาลาติน “cōnsilium” หรือ “cōnsulere” ซึ่งหมายถึง ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ

ผู้ที่นำคำว่า “counseling” มาใช้เป็นคนแรก (ในความหมายที่เฉพาะเจาะจงกว่าการให้คำแนะนำทั่วๆ ไป) คือแฟรงค์ พาร์สัน (Frank Parsons ) บิดาแห่งการแนะแนวอาชีพ (vocational guidance) ในช่วงทศวรรษ 1900 และในทศวรรษต่อมาในแวดวงแนะแนวก็เริ่มมีการนำคำนี้มาใช้ แต่ความหมายของมันยังคงคาบเกี่ยวอยู่กับการแนะแนว ส่วนผู้ที่ทำให้คำนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในความหมายของกระบวนการที่อาศัยหลักการทางจิตวิทยา คือคาร์ล รอเจอร์ส (Carl Rogers) บิดาแห่งการบำบัดแนวยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง (Person-centered therapy) ส่วนในเชิงของวิชาชีพที่เรียกว่า “counseling psychologist” หรือ “นักจิตวิทยาการปรึกษา” และสาขาใหม่ของจิตวิทยาที่เรียกว่า “counseling psychology” หรือ “จิตวิทยาการปรึกษา” เกิดขึ้นในปี 1951 ในการประชุมของแผนก “Counseling and Guidance” ของ APA การที่คำว่า “counseling” ในประเทศอเมริกาสะกดด้วย “แอล” ตัวเดียว ทั้งๆ ที่ทางยุโรปส่วนใหญ่ยังคงใช้คำว่า “counselling” ที่มี “แอล” สองตัว ว่ากันว่าเกิดจากการที่ Parsons ต้องการทำให้อาชีพใหม่ของเขาซึ่งเกี่ยวกับการแนะแนวอาชีพมีความชัดเจน เดิมทีเขามีอาชีพที่ค่อนข้างหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ ที่ปรึกษากฎหมาย (counsellor-in-law) เพื่อป้องกันความสับสนในอาชีพใหม่เขาจึงใช้คำว่า “counselor” โดยเหลือ “แอล” ตัวเดียวแทน อย่างไรก็ตาม ความหมายของคำว่า “counseling” Parsons น่าจะมีความแตกต่างกับความหมายของคำนี้ในยุคต่อมาและปัจจุบันอยู่พอสมควร

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.