กรุสำหรับ หนังสือฮาวทู

Self-Help Books: ช่วย หรือ ทำร้าย ตัวเอง

Posted in จิ(ต)ปาถะ ด้วยแท็ก , , , , , , on กรกฎาคม 5, 2009 by blackdogsworld

ทุกวันนี้เมื่อคุณเดินเข้าไปในร้านหนังสือ(เกือบทุกร้าน) คุณจะพบหนังสือประเภทหนึ่ง (นอกเหนือจากหนังสือ “ธรรมะ” และหนังสือ “อธรรมะ” ซึ่งจะว่าไปก็เป็นหนังสือประเภทเดียวกันนั่นแหละ คือหากินกับความเชื่อและศรัทธาของผู้คน เพียงแต่อยู่คนละด้านเท่านั้นเอง) วางเรียงรายอยู่เต็มชั้นหนังสือออกใหม่และหนังสือแนะนำ หนังสือประเภทดังกล่าวก็คือ หนังสือฮาวทู หนังสือประเภทนี้เปรียบดังบะหมี่สำเร็จรูปที่พร้อมให้คุณเติมน้ำร้อนแล้วกินได้ทันทีโดยไม่ต้องมีฝีมือในการทำอาหาร หนังสือฮาวทูแนะนำวิธีการต่างๆ นานา ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ทำงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ วิธีทำอาหารให้อร่อยแบบภัตคาร เคล็ดลับการใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุข ฯลฯ (อีกหน่อยคงจะมีหนังสือ “วิธีการอ่านหนังสือฮาวทู” [How to read How to Books] ออกมา) หนังสือเหล่านี้ทำให้ชีวิตดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ก็เป็นเพียงชีวิตในจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น เพราะชีวิตจริงมันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกครับ

พอเถอะ ผมว่าเข้าเรื่องดีกว่าครับ เรื่องของหนังสือฮาวทูมีอะไรขัดเคืองใจอีกเยอะที่จะเขียนถึง แต่เขียนถึงไปก็เปล่าประโยชน์ในเมื่อสังคมเรามันให้ความสำคัญกับอะไรที่ฉาบฉวยแบบนี้นี่ครับ อยากได้นั่นได้นี่ อยากเป็นนั่นเป็นนี่ แบบง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยความพยายามอะไรมาก สุดท้ายก็มาลงเอยที่หนังสือฮาวทูนี่แหละครับ สิ่งที่ผมจะกล่าวถึงในบทความนี้เกี่ยวกับหนังสือฮาวทูประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “Self-Help Books” (ไม่อยากแปลเป็นไทยแบบตรงตัวเลย ลองแปลดูสิครับ “หนังสือช่วยตัวเอง”) Self-Help Books เป็นหนังสือฮาวทูแนวจิตวิทยาสำหรับคนที่ต้องการช่วยเหลือและพัฒนาตัวเองโดยไม่ต้องไปพึ่งพาใครที่ไหน หนังสือประเภทนี้อาจช่วยให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาชีวิต ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเอง ส่งเสริมบุคลิกภาพด้านบวก ฯลฯ ในแง่หนึ่งดูเหมือนมันจะเป็นหนังสือที่มีประโยชน์นะครับ อย่างน้อยก็สำหรับคนที่ไม่รู้จะไปพึ่งพาใครจริงๆ ในเรื่องเหล่านี้ แต่เรามาลองดูกันดีกว่าครับว่าหนังสือประเภทนี้ช่วยคนให้รู้สึกดีขึ้นได้จริงหรือ

งานวิจัยของ Joanne V. Wood และ John W. Lee นักจิตวิทยาจาก University of Waterloo และ W.Q. Elaine Perunovic จาก University of New Brunswick ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Science ฉบับเดือนพฤษภาคม ระบุถึงปัญหาที่เกิดจาก Self-Help Books ว่าผู้ที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ (low self-esteem) รู้สึกแย่ลงเมื่อพูดประโยคด้านบวกเกี่ยวกับตนเอง (เช่น ฉันเป็นคนน่ารัก ฉันจะประสบความสำเร็จ) ตามที่หนังสือแนะนำ (รู้สึกคุ้นๆ ไหมครับ เกี่ยวกับการชวนให้คนพูดถึงประโยคด้านบวกเกี่ยวกับตนเอง ไม่ใช่แค่พูดเฉยๆ ตะโกนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่างหาก)

การทดลองของพวกเขามีดังนี้ครับ ขั้นแรก ผู้วิจัยให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยที่ประกอบด้วยผู้ที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำและผู้ที่มีมีความภาคภูมิใจในตนเองสูงพูดประโยค “ฉันเป็นคนน่ารัก” จากหนังสือ Self-Help Books ซ้ำๆ จากนั้นอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้นของผู้เข้าร่วมการวิจัย ผลปรากฎว่าผู้ที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำที่พูดประโยคดังกล่าวซ้ำๆ รู้สึกแย่กว่าอีกกลุ่มที่ไม่ได้พูด ส่วนผู้ที่มีความภาคภูมิใจในตนเองสูงรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้พูด แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขั้นติดตามผล ผู้วิจัยให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยเขียนความคิดทางลบและความคิดทางบวกเกี่ยวกับตนเอง (เช่น ฉันยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างในตัวของฉันเอง) ผลการวิจัยที่เกิดขึ้นขัดแย้งกับสามัญสำนึกพอสมควร กล่าวคือ ผู้เข้าร่วมการวิจัยที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำกลับรู้สึกดีเมื่อให้ความสนใจกับความคิดทางลบเกี่ยวกับตนเองมากกว่าความคิดทางบวก

ผู้วิจัยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ความคิดทางบวกเกี่ยวกับตนเองอย่างไม่สมเหตุสมผลก่อให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดในผู้ที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ เนื่องจากความคิดทางลบมีอิทธิพลเหนือความคิดทางบวก หากพวกเขาให้ความสนใจกับความคิดทางบวก พวกเขาก็จะมีความคิดทางลบที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดทางบวกเหล่านั้น ผมขออธิบายเพิ่มว่า หากเราให้ความสนใจกับสิ่งที่ตนเองไม่ยอมรับอย่างแท้จริง (เช่น การพูดถึงด้านบวกของตนเอง ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง) ก็มีความขัดแย้งระหว่าง “สิ่งที่ตนเองเป็น” กับ “สิ่งที่ตนเองอยากเป็น” เกิดขึ้น เนื่องจากเรารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นอะไร ดังนั้นการบอกว่าเราเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้เป็นอย่างไม่มีเหตุผล (เช่น การบอกว่า “ฉันเป็นคนน่ารัก” ทั้งที่ในความเป็นจริงฉันเป็นคนหน้าตาไม่รับแขก) ยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่มากกว่ารู้สึกดีขึ้น

ผู้วิจัยสรุปว่า “การพูดประโยคทางบวกเกี่ยวกับตนเองอาจจะมีประโยชน์สำหรับคนบางคน (เช่น ผู้ที่มีความภาคภูมิใจในตนเองสูง) แต่ให้ผลตรงกันข้ามกับคนจำนวนมากที่ต้องการทำให้ตนเองดีที่สุด” ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ การให้ความสนใจอยู่กับสิ่งที่ไม่จริง ยังไงมันก็ไม่จริงอยู่วันยังค่ำ คุณจะมัวบอกว่า “ฉันจะประสบความสำเร็จ” ทั้งๆ ที่ชีวิตของคุณในตอนนั้นมันช่างล้มเหลวไม่เป็นท่าอย่างงั้นหรือ สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะทำได้คือ การยอมรับว่าคุณเป็นอะไร ไม่ใช่พยายามบอกตนเองในสิ่งที่คุณไม่ได้เป็น

แหล่งข้อมูล

บทความ The Problem With Self-help Books: The Negative Side To Positive Self-statements. จากเว็บไซต์ http://www.sciencedaily.com­/releases/2009/07/090702110503.htm

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.