การปรึกษาเชิงจิตวิทยา: ภาพรวมโดยสังเขป

เกริ่นนำ

บทความชิ้นนี้เขียนขึ้นสำหรับงานเสวนาจิตวิทยาการปรึกษาของนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีจุดประสงค์เพื่อแสดงภาพรวมโดยสังเขปของกระบวนการที่เรียกว่า “การปรึกษาเชิงจิตวิทยา” (เชิงอรรถ1) (counseling) ตั้งแต่ที่มาและนิยามของการปรึกษาเชิงจิตวิทยา วิชาชีพด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา รวมถึงการปรึกษาเชิงจิตวิทยาในประเทศไทย

ต้นกำเนิดของการปรึกษาเชิงจิตวิทยา

เป็นเรื่องยากที่จะระบุอย่างเฉพาะเจาะจงว่าใครเป็นผู้คิดค้นศาสตร์ที่ชื่อว่า “การปรึกษาเชิงจิตวิทยา” เนื่องจากการช่วยเหลือและเยียวยาทางจิตใจโดยการพูดคุยเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตกาลและมีรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไปตามแต่ละวัฒนธรรม ซึ่งเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของคนในสังคมนั้นๆ อย่างแยกไม่ออก ก่อนที่ศาสตร์ที่เรียกว่าจิตวิทยาจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเสียอีก ดังนั้นการเกิดขึ้นของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาจึงได้รับอิทธิพลและมีรากฐานมาจากวิธีการเยียวยาจิตใจในอดีตไม่มากก็น้อย

แม้จะระบุอย่างแน่ชัดไม่ได้ว่าต้นกำเนิดมาจากที่ใด แต่หากจะกล่าวถึงผู้ที่ทำให้การบำบัดทางจิตเป็นระบบและมีแบบแผนทางทฤษฎีคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเริ่มต้นมาจากซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis) และเป็นผู้วางรากฐานให้กับการบำบัดทางจิตที่เรียกว่า psychotherapy แม้ว่าฟรอยด์เองจะไม่ได้เป็นเจ้าของแนวคิดในทฤษฎีของเขาทั้งหมด แต่เขาก็เป็นผู้ที่ทำให้มันเป็นที่รู้จักและแพร่หลาย(เชิงอรรถ2) รวมถึงเป็นรากฐานให้กับทฤษฎีการบำบัดจำนวนมากที่เริ่มต้นมาจากความไม่เห็นด้วยกับจิตวิเคราะห์ หากเรามองว่าจิตบำบัดกับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาโดยสาระสำคัญแล้วคือกระบวนการเดียวกัน ดังนั้น เราอาจะกล่าวได้ว่าฟรอยด์คือผู้ให้กำเนิดการบำบัดสมัยใหม่ที่เน้นการพูดคุยเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาและเป็นรากฐานให้กับการปรึกษาเชิงจิตวิทยาในเวลาต่อมา

จุดเริ่มต้นของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาในฐานะที่เป็นวิชาชีพทางด้านจิตวิทยามีเหตุการณ์สำคัญที่ต้องพิจารณาอยู่ 4 เหตุการณ์ด้วยกัน(เชิงอรรถ3)

1) การนำคำว่า counseling มาใช้โดยแฟรงค์ พาร์สัน (Frank Parsons) ในงานด้านการแนะแนวอาชีพในทศวรรษ 1900 โดยเขาได้ก่อตั้งองค์กรที่ชื่อ Bureau of Vocational Guidance แต่ยังไม่ทำให้ counselingเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางนักในแง่ของวิชาชีพทางจิตวิทยา

2) หนังสือ Counseling and Psychotherapy (1942) ของคาร์ล รอเจอร์ส (Carl Rogers) ได้รับการตีพิมพ์ออกมา โดยรอเจอร์สเริ่มนำคำว่า counseling มาใช้เพื่อต้านทานกระแสการบำบัดโดยใช้จิตบำบัดของจิตแพทย์ และแนวคิดของเขาได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาในยุคนั้น

3) ความต้องการผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาในการช่วยเหลือทหารผ่านศึกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในทศวรรษ 1940 และกระแสความคิดในเรื่องการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ (human potential movement) ในทศวรรษ 1950 และ 1960 ก็มีส่วนช่วยทำให้การปรึกษาเชิงจิตวิทยาเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง

4) การก่อตั้งแผนก Personnel and Guidance Psychologist ของสมาคมนักจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association: APA) ในปี 1945 ซึ่งถือเป็นหลักไมล์ที่สำคัญของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาในการยกระดับให้เป็นวิชาชีพทางด้านจิตวิทยาและเป็นองค์กรด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้น

ที่มาของคำว่า “Counseling”

คำว่า “counseling” มาจากคำว่า “counsel” ซึ่งมีที่มาจากคำในภาษาอังกฤษยุคกลาง “counseil” คำในภาษาฝรั่งเศสยุคเก่า “conseil” และคำในภาษาลาติน “cōnsilium” หรือ “cōnsulere” ซึ่งหมายถึง ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ(เชิงอรรถ4)

ผู้ที่นำคำว่า “counseling” มาใช้เป็นคนแรก คือแฟรงค์ พาร์สันส์ บิดาแห่งการแนะแนวอาชีพ (vocational guidance) ในช่วงทศวรรษ 1900 แต่ผู้ที่ทำให้คำนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือคาร์ล รอเจอร์ส บิดาแห่งการบำบัดแนวยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง (Person-centered therapy) ส่วนในเชิงของวิชาชีพที่เรียกว่า “counseling psychologist” (หรือ “นักจิตวิทยาการปรึกษา”) และสาขาใหม่ของจิตวิทยาที่เรียกว่า “counseling psychology” (หรือ “จิตวิทยาการปรึกษา”) เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1951 ในการประชุมของแผนก Counseling and Guidance ของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA)

ส่วนการที่คำว่า “counseling” ในประเทศอเมริกาสะกดด้วย “แอล” ตัวเดียว ทั้งๆ ที่ทางยุโรปส่วนใหญ่ยังคงใช้คำว่า “counselling” ที่มี “แอล” สองตัว ว่ากันว่าเกิดจากการที่พาร์สันส์ต้องการทำให้อาชีพใหม่ของเขาซึ่งเกี่ยวกับการแนะแนวอาชีพมีความชัดเจนขึ้น เดิมทีเขามีอาชีพที่ค่อนข้างหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ ที่ปรึกษากฎหมาย (counsellor-in-law) เพื่อป้องกันความสับสนในอาชีพใหม่เขาจึงใช้คำว่า “counselor” โดยเหลือ “แอล” ตัวเดียวแทน(เชิงอรรถ5) อย่างไรก็ตาม ความหมายของคำว่า “counseling” พาร์สันส์น่าจะมีความแตกต่างกับความหมายของคำนี้ในยุคต่อมาและปัจจุบันอยู่พอสมควร

ส่วนคำแปลภาษาไทยของคำว่า “counseling” ก็ยังมีความไม่ลงรอยกันอยู่ แม้จะมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่ก็มีความแตกต่างที่น่าสนใจในแง่ของการสื่อความหมาย คำที่ใช้แทนคำว่า counseling เช่น การให้คำปรึกษา การให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา การให้การปรึกษา การให้การปรึกษาเชิงจิตวิทยา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โสรีช์ โพธิแก้ว(เชิงอรรถ6) มองว่า counseling ควรจะแปลว่า “การปรึกษาเชิงจิตวิทยา”เนื่องจากกระบวนการของ counseling ไม่ใช่การ “ให้” คำปรึกษาของผู้ให้บริการ แต่เป็นกระบวนการที่ร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการ ซึ่งผู้เขียนเองก็เห็นด้วยและเลือกใช้คำนี้

นิยามของคำว่า “Counseling” ในเชิงจิตวิทยา (การปรึกษาเชิงจิตวิทยา)

เนื่องจากคำว่า counseling ถูกนำไปใช้ในหลากหลายแวดวง ไม่เฉพาะในทางจิตวิทยาเท่านั้น เมื่อพิจารณาจากที่มาของคำว่า counseling ซึ่งคือคำว่า “counsel” อาจกล่าวได้ว่าโดยทั่วๆ ไป counseling คือ การให้คำปรึกษา หรือ คำแนะนำ ซึ่งเน้นที่การให้ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือ เช่น ข้อมูลทางด้านกฎหมาย ข้อมูลทางธุรกิจ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม คำว่า counseling ในเชิงจิตวิทยามีความหมายมากไปกว่าการให้คำแนะนำหรือให้ข้อมูล ในที่นี้ ผู้เขียนขอเรียก counseling ในเชิงจิตวิทยาว่า “การปรึกษาเชิงจิตวิทยา” เพื่อแยก counseling ในเชิงจิตวิทยา ออกจาก counseling ประเภทอื่นๆ และในที่นี่จะพิจารณาเฉพาะตัวกระบวนการของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาว่าหมายถึงอะไร โดยแยกออกจากความหมายของจิตวิทยาการปรึกษาซึ่งครอบคลุมความหมายกว้างกว่าการปรึกษาเชิงจิตวิทยา

หนังสือวิชาการหลายเล่มเห็นพ้องต้องกันว่าการให้นิยามว่า “การปรึกษาเชิงจิตวิทยาคืออะไร?” เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ความหมายที่ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนให้ แม้จะมีส่วนคล้ายคลึงกัน แต่ก็ยังไม่ตรงกันเสียทีเดียว และยังหาข้อสรุปที่แน่ชัดไม่ได้ ทีนี้เรามาดูกันว่าจิตวิทยาการปรึกษาถูกนิยามไว้อย่างไรบ้าง

สมาคมการปรึกษาเชิงจิตวิทยานานาชาติ (International Association for Counselling: IRTAC) ให้นิยามจิตวิทยาการปรึกษาไว้ว่า:

วิธีการแห่งการสร้างความสัมพันธ์และการตอบสนองต่อผู้อื่นโดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นโอกาสให้บุคคลได้สำรวจตนเอง ทำให้ชีวิตชัดเจนขึ้น และใช้ชีวิตในทางที่น่าพึงพอใจและสร้างสรรค์

[a method of relating and responding to others with the aim of providing them with opportunities to explore, to clarify and work towards living in a more satisfactory and resourceful way.]

ส่วนสมาคมการปรึกษาเชิงจิตวิทยาอเมริกัน (American Counseling Association: ACA) ซึ่งใช้คำว่า professional counseling ในการแยก counseling ในเชิงจิตวิทยาออกจาก counseling ทั่วๆ ไป ให้ความหมายว่า professional counseling คือ:

การประยุกต์ใช้หลักการทางสุขภาพจิต จิตวิทยา และการพัฒนามนุษย์ ผ่านทางกลวิธีทางความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม โดยมุ่งเน้นที่ความสมบูรณ์ การงอกงามเติบโตของบุคคล และการพัฒนาด้านอาชีพ พอๆ กับการมุ่งเน้นที่การจัดการกับพยาธิสภาพทางจิต

[The application of mental health, psychological, or human development principles, through cognitive, affective, behavioral or systematic intervention strategies, that address wellness, personal growth, or career development, as well as pathology.]

สมาคมการปรึกษาเชิงจิตวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร (British Association for Counselling: BAC) ให้คำนิยามของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาไว้ว่า:

การปรึกษาเชิงจิตวิทยาคือการใช้ทักษะและหลักการแห่งสัมพันธภาพในการเอื้ออำนวยให้เกิดการรู้จักตนเอง การยอมรับทางอารมณ์และการเติบโตงอกงาม และการพัฒนาศักยภาพของบุคคลในเชิงบวก จุดมุ่งหมายโดยรวมคือการสร้างโอกาสให้บุคคลได้ใช้ชีวิตด้วยความพึงพอใจและสร้างสรรค์

[Counselling is the skilled and principled use of relationship to facilitate self-knowledge, emotional acceptance and growth, and the optimal development of personal resources. The overall aim is to provide an opportunity to work toward living more satisfyingly and resourcefully.]

อย่างไรก็ตาม นิยามข้างต้นของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาเป็นการให้ความหมายในภาพรวมมากกว่าที่จะเจาะจงว่าการปรึกษาเชิงจิตวิทยาคืออะไรในแง่ของกระบวนการ ผู้เขียนคิดว่าการแยกการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ออกจากการให้คำแนะนำทั่วๆ ไป และการใช้ทักษะทางด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา (ซึ่งมีหลายวิชาชีพนำไปใช้) มีองค์ประกอบสำคัญที่ต้องพิจารณาในเรื่องความเป็นมาตรฐานในเชิงวิชาชีพการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ได้แก่ ประสบการณ์และการได้รับการฝึกฝนของผู้ให้บริการ สถานที่ในการให้บริการ การทำสัญญาระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการ เป็นต้น

จากความหมายขององค์กรทางด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาข้างต้น ประกอบกับประสบการณ์ของผู้เขียน อาจสรุปได้ว่าโดยสาระแล้ว การปรึกษาเชิงจิตวิทยาคือกระบวนการที่อาศัยสัมพันธภาพระหว่างผู้บริการปรึกษากับผู้รับบริการ ผ่านกลวิธีทางการปรึกษาที่ช่วยให้บุคคลได้สำรวจแง่มุมต่างๆ ในชีวิตของตนเอง ซึ่งนำไปสู่การเข้าใจและยอมรับตนเองมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์หลัก 2 ประการ คือ 1) ส่งเสริมให้ผู้รับบริการเกิดความเติบโตงอกงามในชีวิต ดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์และใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ และ 2) ช่วยเยียวยาและแก้ไขปัญหาในชีวิตของผู้รับบริการ

วิชาชีพด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา(เชิงอรรถ7)

คุณสมบัติและประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านจิตวิทยาการปรึกษาในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ในที่นี้จะพิจารณาเฉพาะในอเมริกา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวิชาชีพการปรึกษาเชิงจิตวิทยาและมีการจัดการทางวิชาชีพอย่างเป็นระบบ และเป็นประเทศที่ผู้เขียนมีข้อมูลเพียงพอ

ในอเมริกา ผู้ประกอบอาชีพด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาอาจแยกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ ผู้บริการปรึกษา(counselor) และนักจิตวิทยาการปรึกษา (counseling psychologist) ซึ่งมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรระหว่างผู้เชี่ยวชาญทั้งสองประเภท ผู้ที่ต้องการเป็นผู้บริการปรึกษาอาจผ่านการศึกษาในระดับปริญญาโทหรือเอกก็ได้ โดยหลักสูตรต้องได้รับการรับรองโดยสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาอเมริกัน (ACA) ส่วนผู้ที่ต้องการทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาต้องผ่านการศึกษาในระดับปริญญาเอกเท่านั้น (เช่นเดียวกับนักจิตวิทยาสาขาอื่นๆ) โดยหลักสูตรต้องผ่านการรับรองจากสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ผู้ที่ต้องการศึกษาในระดับปริญญาเอกด้านจิตวิทยาการปรึกษา ต้องผ่านการศึกษาในระดับปริญญาโทแบบเต็มเวลาเป็นระยะเวลา 3 ปี และหลังจากเรียนคอร์สเวิร์คเสร็จสิ้น ต้องฝึกปฎิบัติงานจริงเป็นระยะเวลา 1 ปี รวมถึงต้องทำวิทยานิพนธ์อีกด้วย

ปัจจุบัน หลักสูตรปริญญาเอกของผู้ที่ต้องการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาใช้แนวทางจากโปรแกรมที่เรียกว่า “Model Training Program” (MTP) ซึ่งพัฒนาโดย Council of Counseling Psychology Training Program (CCPTP) ร่วมกับแผนก Society of Counseling Psychology ของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน ประกอบด้วยวิชาหลักๆ คือ 1) พื้นฐานทางชีววิทยาของพฤติกรรม (Biological Bases of Behavior) 2) พื้นฐานทางความคิดและอารมณ์ของพฤติกรรม (Cognitive/Affective Bases of Behavior) 3) พื้นฐานทางสังคมของพฤติกรรม (Social Bases of Behavior) 4) พัฒนาการตลอดช่วงชีวิต (Life-Span Development) 5) ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Differences) 6) ประวัติศาสตร์และระบบของจิตวิทยา (History and System of Psychology) และ 7) วิธีการและการออกแบบการวิจัย เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูล และไซโคเมทริกส์ (Research Method and Design, Data Analytic Techniques, and Psychometric)

นอกจากนี้ผู้เข้าศึกษาในหลักสูตรต้องเลือกสาขาเพื่อฝึกฝนให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วย 10 สาขา ได้แก่ 1) ทฤษฎีทางจิตวิทยาการปรึกษาและบุคลิกภาพ (theories of counseling and personality) 2) จิตวิทยาทางการงาน (vocational psychology) 3) พัฒนาการชีวิตมนุษย์ตลอดช่วงวัย (human life span development) 4) การวินิจฉัยและการประเมินผลทางจิตวิทยา (psychological assessment and evaluation) 5) จิตพยาธิสภาพวิทยา (psychopathology) 6) การวัดและสถิติ (measurement and statistics) 7) การออกแบบการวิจัย (research design) 8) จรรณยาบรรณทางวิชาชีพ (professional ethics) 9) การดูแลช่วยเหลือด้านการฝึกฝน (supervision) และ 10) การให้คำปรึกษาแนะนำ (consultation)

ขั้นตอนต่อไปหลังจากสำเร็จการศึกษาคือการสอบเพื่อขอรับใบรับรองทางวิชาชีพในอเมริกา ผู้ประกอบอาชีพทางด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาต้องมีใบรับรองทางวิชาชีพ (license) จากรัฐนั้นๆ ที่ตนเองประกอบอาชีพ โดยรัฐแรกที่ผ่านกฎหมายรับรองวิชาชีพของผู้บริการปรึกษาคือ รัฐเวอร์จิเนียในปี 1976 ปัจจุบันเกือบทุกรัฐในอเมริกามีใบรับรองวิชาชีพของผู้บริการปรึกษา ยกเว้นแคลิฟอเนียกับเนอวาดาเท่านั้น ส่วนใบรับรองวิชาชีพของนักจิตวิทยาการปรึกษาเกิดขึ้นในปี 1987 โดยสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน ตีพิมพ์คู่มือ Model Act for State Licensure of Psychologists ออกมาเพื่อเป็นหลักปฎิบัติในการสอบรับใบประกอบวิชาชีพของรัฐต่างๆ องค์กรที่รับผิดชอบในการดูแลเรื่องการสอบใบรับรองวิชาชีพของนักจิตวิทยาการปรึกษา คือ Association of State and Provincial Psychological Boards (ASPPB) ซึ่งครอบคลุมทุกรัฐของอเมริกา รวมถึงบางแห่งของแคนาดา

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติของผู้ขอสอบรับใบรอบรองทางวิชาชีพขึ้นอยู่กับกฎหมายในแต่ละรัฐ ซึ่งมีความแตกต่างกันไป แต่โดยหลักๆ แล้ว ผู้สมัครต้องผ่านการศึกษาในระดับปริญญาโท (สำหรับผู้บริการปรึกษา) หรือปริญญาเอก (สำหรับนักจิตวิทยาการปรึกษา) มีประสบการณ์ในการฝึกงาน (practicum) และออกปฎิบัติงานจริง (internship) ในระหว่างการศึกษาภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ (supervision) ต้องผ่านการทดสอบ (การทดสอบสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา รวมถึงนักจิตวิทยาอื่นๆ เรียกว่า Examination for Professional Practice in Psychology [EPPP]) และมีประสบการณ์ในการปฎิบัติงานจริง (ประมาณ 2-3 ปี) ภายหลังจากสำเร็จการศึกษาภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น

การปรึกษาเชิงจิตวิทยาในประเทศไทย

การมองหาต้นกำเนิดของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาในประเทศไทย หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพิจารณาต้นกำเนิดของจิตวิทยาในประเทศไทยควบคู่กันไป ก่อนหน้านี้การปฏิบัติงานด้านจิตวิทยาเป็นหน้าที่ของจิตแพทย์เป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งในปี 2506 สำนักงานข้าราชการพลเรือนได้อนุมัติให้มีตำแหน่งนักจิตวิทยา โดยผู้ที่เข้ามาทำงานเป็นผู้จบปริญญาตรีในสาขาอื่น และเข้ามาฝึกอบรมทางด้านจิตวิทยาเพิ่มเติมภายหลัง(เชิงอรรถ8)

การเรียนการสอนด้านจิตวิทยาในเมืองไทยในระดับปริญญาตรีเริ่มต้นในปี 2507 ที่ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาลัยเชียงใหม่ หลังจากนั้นมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เริ่มเปิดหลักสูตรจิตวิทยาตามมา ในแง่ของวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการช่วยเหลือทางจิตวิทยา ในช่วงนั้นมีการสอนวิชาทฤษฎีการบำบัดเท่านั้น เพื่อเป็นพื้นฐานของการปฎิบัติงานด้านจิตวิทยาคลินิก ยังไม่มีการสอนวิชาการปรึกษาเชิงจิตวิทยาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ส่วนการศึกษาทางด้านจิตวิทยาในระดับปริญญาโทเริ่มต้นขึ้นในปี 2522 ที่ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในหลักสูตรจิตวิทยาคลินิก

หลักไมล์สำคัญของการปรึกษาเชิงจิตวิทยาในประเทศไทย คือการเกิดขึ้นของสาขาจิตวิทยาการปรึกษาในปี 2528 ที่ภาควิชาจิตวิทยาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ซึ่งต่อมากลายเป็นคณะจิตวิทยา ในปี 2538) ซึ่งเป็นการศึกษาในระดับมหาบัณฑิต ถือเป็นการเปิดตัวจิตวิทยาการปรึกษาอย่างเป็นทางการในฐานะการช่วยเหลือทางจิตวิทยาอีกแขนงหนึ่ง นอกเหนือจากจิตวิทยาคลินิก ส่วนการศึกษาด้านจิตวิทยาการปรึกษาในระดับปริญญาตรีนั้นเกิดขึ้นในปี 2543 ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในตอนนี้

ในประเทศไทยนั้น ยังไม่มีองค์กรด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาโดยตรง แม้กระทั่งองค์กรทางจิตวิทยาหลักๆ ก็มีอยู่เพียง 2 องค์กร คือ สมาคมนักจิตวิทยาคลินิกแห่งประเทศไทย และสมาคมจิตวิทยาแห่งประเทศไทย รวมถึงยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพทางด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา และผู้ที่เรียกตนเองว่า ผู้ให้บริการปรึกษาหรือ นักจิตวิทยาการปรึกษา ก็ยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมายว่าเป็นวิชาชีพเฉพาะ มีเพียงวิชาชีพนักจิตวิทยาคลินิก (clinical psychologist) เท่านั้นที่มีใบรับรองทางวิชาชีพ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หลังจากเปิดหลักสูตรด้านจิตวิทยาคลินิกมา 40 กว่าปี ส่วนใบรับรองทางวิชาชีพของผู้ให้บริการปรึกษาและนักจิตวิทยาการปรึกษาคงต้องรอคอยกันต่อไป

เชิงอรรถ

1 ผู้เขียนบทความขอใช้คำว่า “การปรึกษาเชิงจิตวิทยา” เป็นคำแปลของ “counseling” เนื่องจากมองว่าสื่อความหมายได้ตรงที่สุด

2 การบำบัดโดยการพูดคุย หรือ talking cure เป็นไปได้ว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากการบำบัดของโจเซฟ บริวเออร์ (Joseph Breuer) ในกรณีของแอนนา โอ. ผู้ป่วยฮิสทีเรีย ซึ่งฟรอยด์เองได้เข้าไปมีส่วนร่วม ก่อนหน้านี้การบำบัดผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตเน้นที่การใช้ยาและวิธีการอื่นๆ มากกว่าการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา

3 เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ทั้งหมด จะเห็นได้ว่าเกิดขึ้นในอเมริกาทั้งสิ้น เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านข้อมูลของผู้เขียนบทความ

4 เว็บไซต์ http://www.nationmaster.com/encyclopedia/Counseling

5 ข้อมูลเรื่องเล่าเกี่ยวกับความแตกต่างของคำว่า counseling ของอเมริกากับยุโรป มาจากเว็บไซต์ http://www.counselingseattle.com/counseling/counsellor-counselling.htm

6 โสรีช์ โพธิแก้ว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ประจำคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่ามีการนำคำว่า “นักจิตวิทยาการปรึกษา” ซึ่งเป็นคำแปลของ counseling psychologistไปอ้างอิงในบทความที่ลงในวารสาร Journal of Counseling Psychology

7 ข้อมูลเกี่ยวกับวิชาชีพด้าน counseling มาจากบทความ “Counseling Psychology in U.S.A.” ของ Munley, Duncan, McDonnell และ Sauer ตีพิมพ์ในวารสาร Counselling Psychology Quarterly, 2004, Vol.17(3) และจากเว็บไซต์ของ Society of Counseling Psychology http://www.div17.org/students_defining.html

8 บทความ “30 ปีจิตวิทยาคลินิกไทย” ของสมทรง สุวรรณเลิศ ตีพิมพ์ในวารสารจิตวิทยาคลินิก 37(1) ม.ค. – มิ.ย. 49

บรรณานุกรม

Boud, T. (2000). Standard and Ethics for Counselling in Action. Second Edition. London: Sage

Clarkson Peruska. (1998). Counselling Psychology: Integrating theory, research and supervised practice. London: Routledge

CounselingSeattle.com. Counselor Questions:Why Do We Spell It Counselor, While the Rest of the World Spells It Counsellor?. Retrieved January 7, 2009 from http://www.counselingseattle.com/counseling/counsellor-counselling.htm

Flanagan, J. S. and Flanagan, R. S. (2004) Counseling and Psychotherapy Theories in Context and Practice: Skill, Strategies, and Techniques. New Jersey: John Wiley & Son

Gregoire, J., Jungers, C.M. (2007) The Counselor’s Companion. What Every Beginning Counselor Needs to Know. New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates, Inc

Munley, P. H., Dancan, L.E., McDonnel, K.A., and Sauer, E.M. (2004) Counseling Psychology in the United State of America. Couselling Psychology Quarterly 17(3) pp. 247 – 271

NationalMaster.com. Counseling. Retrieved January 7, 2009 from http://www.nationmaster.com/encyclopedia/Counseling

Palmer, S. (2000). Introduction to Counselling and Psychotherapy: The Essential Guide. London: Sage

Society of Counseling Psychology. About counseling psychologists. Retrieved January 7, 2009 from http://www.div17.org/students_defining.html

สมทรง สุวรรณเลิศ. (2549). 30 ปีจิตวิทยาคลินิกไทย. จิตวิทยาคลินิก: 37(1) ม.ค. – มิ.ย. 49

About these ads

9 Responses ถึง “การปรึกษาเชิงจิตวิทยา: ภาพรวมโดยสังเขป”

  1. พึ่งได้มีโอกาสเข้ามาดู Block ของเอก เจ๋งดี ชอบๆๆ
    มีงานอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ

  2. ขอความอนุเคราะห์ชื่อบรรณานุกรม ทฤษฎีของ คาร์ล อาร์ รอเจอร์ ด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะ่

  3. บทความชิ้นนี้ของผมไม่อ้างงานของคาีร์ล โรเจอร์ ครับ

    หากอยากรู้ว่างานของรอเจอร์ที่เป็นต้นฉบับมีอะไรบ้าง ลอง search กูเกิ้ลดู น่าจะได้ข้อมูลครบกว่านะครับ เท่าที่ผมรู้งานของรอเจอร์ยังไม่มีแปลเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการ

    งานภาษาไทยที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีของคาร์ล รอเจอร์ น่าจะมีอยู่ในหนังสือทฤษฎีการให้คำปรึกษา เท่าที่ผมรู้และมีอยู่กับตัวคือ ของ อาจารย์บัวทอง สว่างโสภากุล ที่ ม.เกษตรฯ (ไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวงกว้าง) และของอาจารย์วัชรี ทรัพย์มี ที่จุฬาฯ (เล่มนี้มีวางขายที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ)

  4. แม่พลอย พูด:

    สวัสดีค่ะ บังเอิญเปิดเข้ามาอ่าน รู้สึกชอบ และขอบคุณมากที่มีข้อมูลดีๆ เป้นวิทยาทานให้กับผู้ที่ต้องการความรู้ ขออนุโมทนาด้วยค่ะ และขอรบกวนความรู้เรื่องทฤษฎีการแนะแนว และเลือกอาชีพด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง

    • ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมค่อยสันทัดเกี่ยวกับทฤษฎีแนะแนวและการเลือกอาชีพจริงๆ ครับ ผมศึกษามาโดยตรงด้านจิตวิทยาการปรึกษาครับ ถ้าจะตอบก็คงต้องไปเปิดหนังสือตอบน่ะครับ ยังไงก็ยินดีนะครับที่เข้ามาอ่าน

  5. เพิ่งได้เจอเหมือนกันค่ะ เป็นประโยชน์เหมือนกันเป็นการทบทวนไปในตัว…หุหุ

  6. กระชับ กะทัดรัด ได้ทบทวนความรู้ไปในตัว

  7. ขอบคุณผู้เขียนมากคะ ทำให้รู้ว่าภาษาไทยแปลว่ายังไง ตอนนี้กำลังเรียนcounselling skill ที่ยุโรปอยู่พอดี แต่คงอีกหลายปีกว่าจะรู้เรื่อง และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: