นักจิตวิทยาคือใคร? (Who is a psychologist?)

ผมคิดว่านักจิตวิทยาเป็นอาชีพที่มีคนเข้าใจผิดมากที่สุดอาชีพหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของพวกเขา อย่างน้อยก็จากประสบการณ์ของผมเองและคนใกล้ตัวที่ร่ำเรียนจิตวิทยามา ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่พบบ่อยก็คือ หลายคนมักคิดว่านักจิตวิทยามีความสามารถเหนือมนุษย์บางอย่างในการเข้าใจคน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านใจ การพูดคุยเพื่อล้วงความลับที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย ในบทความนี้ ผมจะอธิบายให้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าจริงๆ แล้ว คนที่ถูกเรียกว่า “นักจิตวิทยา” นั้นคือใคร และพวกเขาทำอะไรกันแน่ โดยเน้นให้เห็นภาพของนักจิตวิทยาในเมืองไทย

ศาสตร์ที่เรียกว่าจิตวิทยาซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์นั้น มีหลากหลายแง่มุมให้ศึกษาแตกแขนงไปเป็นจิตวิทยาสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการทดลอง จิตวิทยาคลินิก จิตวิทยาสังคม ฯลฯ ทำให้อาชีพนักจิตวิทยาจึงมีหลากหลายสาขาตามไปด้วย เช่น นักจิตวิทยาพัฒนาการ นักจิตวิทยาการทดลอง นักจิตวิทยาคลนิก นักจิตวิทยาสังคม ฯลฯ

ในความหมายที่กว้างที่สุด อาจกล่าวได้ว่าผู้ที่ร่ำเรียนมาทางจิตวิทยาโดยตรงไม่ว่าจะเป็นระดับใดถือเป็นนักจิตวิทยาทั้งสิ้น แต่เป็นนักจิตวิทยาในแง่ของความรู้ความสามารถที่มีทางด้านจิตวิทยา ไม่ใช่นักจิตวิทยาในแง่ของวิชาชีพจิตวิทยา ซึ่งเรียกร้องคุณสมบัติบางอย่างของผู้ที่ต้องการทำงานด้านนี้ สรุปกว้างๆ ก็คือ นักจิตวิทยาคือผู้ที่ทำงานโดยนำความรู้ด้านจิตวิทยาที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงมาใช้ในการดำเนินงานทางวิชาชีพ (แน่นอน ไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ย่อมสามารถใช้ความรู้ด้านจิตวิทยาได้ แต่นักจิตวิทยาใช้ความรู้ทางจิตวิทยาที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น คือใช้ทักษะบางอย่างที่เป็นพิเศษ เช่น นักจิตวิทยาคลินิกใช้ทักษะในการทำแบบทดสอบเชิงจิตวิทยา นักจิตวิทยาพัฒนาการใช้ความรู้ด้านพัฒนาการแต่ละช่วงวัยในการวางแผนการเลี้ยงดูเด็กอย่างเป็นระบบ เป็นต้น)

สมาคมจิตวิทยาอเมริกา (The American Psychological Association: APA) สมาคมทางด้านจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอันดับต้นๆ ของโลก แยกสาขาของผู้ประกอบอาชีพด้านจิตวิทยาเอาไว้ถึง 56 สาขา โดยแต่ละสาขาก็มีการรวมตัวกันเป็นสมาคมทางวิชาชีพ ซึ่งมีข้อกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกแตกต่างกันไป (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.apa.org/about/division.html) เท่าที่ทราบมา ในประเทศอเมริกา ผู้ที่ประกอบอาชีพนักจิตวิทยาส่วนใหญ่ต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก จึงจะได้รับการรับรองจากสมาคมทางวิชาชีพสาขานั้นๆ และว่ากันว่าเกือบครึ่งของนักจิตวิทยาทั้งหมดคือนักจิตวิทยาคลินิก

อย่างไรก็ตาม อาชีพนักจิตวิทยาในประเทศไทยแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีก็สามารถประกอบอาชีพนักจิตวิทยาได้ สาขาที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและมีใบอนุญาตในการทำงาน (license) หรือที่เรียกกันว่าใบประกอบโรคศิลปะนั้นมีเพียงนักจิตวิทยาคลินิกเท่านั้น ซึ่งเพิ่งถูกนำมาใช้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ในปัจจุบันผู้ที่สามารถสอบเพื่อขอรับใบประกอบโรคศิลปะจากกองการประกอบโรคศิลปะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐานทางวิชาชีพจิตวิทยาคลินิก ข้อหลักๆ ได้แก่ การเรียนจบมาทางสาขาจิตวิทยาคลินิกโดยตรง หรือเทียบเท่า การเข้าฝึกงานในหน่วยงานที่ได้รับการรับรองหลังจากเรียนจบเป็นเวลา 6 เดือน (internship) เป็นต้น (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบและข้อกำหนดของวิชาชีพจิตวิทยาคลินิกที่ http://thaiclinicpsy.igetweb.com/index.php?mo=10&art=214807)

ส่วนผู้ที่จบจิตวิทยาสาขาอื่นๆ นั้น บางคนอาจจะเรียกตนเองว่านักจิตวิทยาก็ไม่แปลกอะไร เพราะนักจิตวิทยาไม่ได้มีเพียงนักจิตวิทยาคลินิกเท่านั้น เพียงแต่สาขาอื่นๆ ยังไม่มีการรวมตัวก่อตั้งเป็นสมาคมและดำเนินการทางวิชาชีพอย่างเป็นกิจจะลักษณะเท่านั้น ทำให้ไม่เป็นที่รู้จักเท่ากับนักจิตวิทยาคลินิก (ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เรียกว่า “นักจิตวิทยา” เท่านั้น ไม่มีสาขาต่อท้าย) ส่วนองค์กรที่เกี่ยวข้องกับนักจิตวิทยาโดยตรงในประเทศไทยในปัจจุบันนั้นมีเพียง 2 องค์กรคือ สมาคมจิตวิทยาแห่งประเทศไทย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaipsy.org) และสมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaiclinicpsy.com)


รูป: รศ.ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว อดีตนายกสมาคมจิตวิทยาแห่งประเทศไทย

ทีนี้ เรามาดูกันว่านักจิตวิทยาเขาทำอะไรกันบ้าง โดยในที่นี้ผมจะให้ภาพของนักจิตวิทยาคลินิกเป็นหลัก เพราะความหมายของคำว่า “นักจิตวิทยา” ที่คนไทยใช้ส่วนใหญ่ ในความรู้สึกของผมน่าจะหมายถึงนักจิตวิทยาคลินิก เนื่องด้วยภาพที่ปรากฎในการรับรู้ของคนส่วนใหญ่ ซึ่งมักจะมาจากในภาพยนตร์ มักจะเป็นภาพของนักจิตวิทยาคลินิก ไม่ว่าจะเป็นการทำจิตบำบัด หรือการทำแบบทดสอบทางจิตวิทยา

ในพระราชกฤษฎีกา ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 มาตรา 3 ระบุว่า

“จิตวิทยาคลินิก” หมายความว่า การกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัด ความผิดปกติทางจิต อันเนื่องมาจากภาวะจิตใจ บุคลิกภาพ ระดับเชาว์ปัญญา อารมณ์ พฤติกรรม การปรับตัว ความเครียดหรือพยาธิสภาพทางสมอง รวมทั้งการวิจัย การส่งเสริมและการประเมินภาวะสุขภาพทางจิตด้วยวิธีการเฉพาะทางจิตวิทยาคลินิก หรือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางจิตวิทยาคลินิกที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางจิตวิทยาคลินิก

สรุปก็คือ หน้าที่ของนักจิตวิทยาคลินิกเกี่ยวข้องกับการประเมินและวินิจฉัยทางจิตด้วยวิธีการทางจิตวิทยา เช่น การใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยา การสัมภาษณ์ การสังเกต เป็นต้น และการบำบัดทางจิตด้วยกลวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยทั้งรายบุคคลและแบบกลุ่ม การสะกดจิต (ซึ่งมีนักจิตวิทยาน้อยคนที่ศึกษาเรื่องนี้โดยตรงและสามารถทำการสะกดจิตได้) การใช้เทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือเทคนิคอื่นๆ แต่ก็ใช่ว่านักจิตวิทยาคลินิกทุกคนจะมีความสามารถทุกด้าน เพราะความสามารถบางด้านเป็นเรื่องของประสบการณ์และการศึกษาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องหลังจากเรียนจบ

นอกเหนือจากนักจิตวิทยาคลิกนิกที่ทำงานตามโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เรือนจำ สถานบำบัดผู้ติดยา ฯลฯ ยังมีนักจิตวิทยาสาขาอื่นๆ ที่ทำงานในสายงานจิตวิทยาแต่อาจจะไม่ได้เรียกตนเองว่านักจิตวิทยา เช่น ผู้ที่ทำงานในองค์กรธุรกิจซึ่งร่ำเรียนมาทางด้านจิตวิทยาอุตสาหกรรม ครูหรืออาจารย์แนะแนวที่จบการศึกษาทางด้านจิตวิทยาการศึกษาหรือจิตวิทยาแนะแนว หรือนักวิจัยทางสังคมที่เป็นผู้ศึกษามาทางด้านจิตวิทยาสังคม เป็นต้น

อธิบายมาเสียยืดยาว หวังว่าผู้อ่านคงพอมองเห็นภาพกว้างๆ ของนักจิตวิทยาได้บ้าง สุดท้ายนี้ผมอยากสรุปให้ทุกท่านเข้าใจว่า แม้ว่านักจิตวิทยาจะเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับจิตใจและพฤติกรรมของผู้คนโดยตรง แต่ก็ใช่ว่านักจิตวิทยาจะเข้าใจจิตใจของมนุษย์ทุกแง่มุม ใช่ว่านักจิตวิทยาจะสามารถแก้ปัญหาทางจิตใจให้กับมนุษย์ได้ทุกเรื่อง และใช่ว่านักจิตวิทยาจะไม่มีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาปะปนเมื่อได้ยินได้ฟังปัญหา นักจิตวิทยาเป็นเพียงปุถุชนธรรมดาไม่ต่างจากคนทั่วไป นักจิตวิทยาไม่ได้เข้าใจทุกเรื่องราวเกี่ยวกับจิตใจ ไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ได้ทุกอย่าง แต่นักจิตวิทยาคือผู้ที่พยายามทำความเข้าใจจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์ให้ครอบคลุมทุกแง่มุม (คงต้องใช้เวลาอีกนาน หรืออาจไม่มีวันนั้น แต่นักจิตวิทยายังคงพยายามต่อไป) และนำความรู้ที่ได้มาช่วยเหลือมนุษย์ในการจัดการกับปัญหาทางจิตใจ และใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีความสุข

About these ads

12 Responses to “นักจิตวิทยาคือใคร? (Who is a psychologist?)”

  1. น่าสนใจจังเลยครับ ผมก็กำลังสนใจเรียนต่อ ด้านจิตวิทยาเหมือนกันครับ
    ข้อมูลนี้เป็นประโยชมากเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ไม่ได้จบด้านจิตวิทยา
    โดยตรงอย่างผม ทำให้มองภาพวงการจิตวิทยาบ้านเราได้ชัดขึ้นในระดับหนึ่งครับ
    ขอบคุณครับ

  2. อยากเรียนเพิ่มเติมด้านนี้ค่ะ…แต่จบบริหารธุรกิจมา……แนะนำได้มั๊ยคะ

  3. น่าเรียนมากเลยค่ะ……..ช่วยบอกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสาขานี้ด้วยค่ะ

  4. อยากเรียนมากชอบคณะนี้มากแต่กลัวเรียนไม่ไหว

  5. ออ พี่ค่ะช่วยตอบกลับที่mailหนูด้วยนะคะขอรายละเอียดในการเยาะๆนะคะว่ามีเรียนอะไรบ้าง

  6. อยากได้ตัวอย่างใบประกอบอาชีพจิตวิทบาอ่ะค่ะ ^^

  7. พี่ค่ะ น้องอยากรู้เกี่ยวกับนักจิตวิทยาที่ ไม่รู้ต้องเรียนอย่างไรบ้าง ช่วยตอบกลับมาที่Mail ได้ไหมค่ะ

  8. เด็กน้อยที่กำลังเรียนจิตวิทยา Says:

    ชอบบทความนี้ครับ ทำให้ผมและคนทั่วไปได้รู้จักคำว่านักจิตวิทยา เพราะเวลาคนทั่วไปถามว่าเรียนอะไร ผมตอบว่าจิตวิทยาครับ เขาจะพากันพูดว่ากลัวไม่น่าเข้าใกล้ อยากคนทั่วไปได้รู้ว่านักจิตวิทยา็ก็ปุถุชน เดินดินคนหนึ่งที่ไม่มีไรน่ากลัว แต่พร้อมที่จะรับใช้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันครับ

  9. ใช่เลยค่ะ ตอนนี้เราก็กำลังเรียน จิตวิทยาคลีนิกและชุมชน ตอนแรกก็นึกว่าเรียนผิดสาขา ก้กว่าจะไม่ได้รับใบประกอบอาชีพ เพราะบางสาขาก็ไม่ได้รับใบประกอบอาชีพ

  10. ณิชา พิพิธภัณฑ์ ราสมูสเซน Says:

    เรียนจบ ม.6แต่มีความสนใจทางดา้นจิตวิทยามากชอบอา่นและสนใจนักจิตวิทยาแบบสกดจิต จะเรียนที่ไหนค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • หากเป็นสาขาจิตวิทยาตามมหาวิทยาลัยนั้น ไม่มีให้เรียนหรอกครับเรื่องการสะกดจิต หากคุณสนใจลองเข้าเว็บไซต์ของสมาคมนักสะกดจิตแห่งประเทศไทยดู เขาน่าจะมีคอร์สอบรมเรื่องนี้โดยตรง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: