Ns’Aoi พยาบาลสาวหัวใจเกินร้อย: 2.ครอบครัว กับ หน้าที่: ทางเลือกของนายแพทย์ทาคางิ
Nurse Aoi
อาโออิ พยาบาลสาวหัวใจเกินร้อย
บทความดังต่อไปนี้เป็นการนำเสนอแง่มุมบางอย่างที่ผมได้รับจากการดูละครเรื่องนี้ และพยายามเชื่อมโยงเข้าสู่แง่มุมการเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตและการทำงานของตน มากกว่าที่จะเป็นการวิจารณ์และประเมินค่าเนื้อหาของละคร
ตัวละครหลักทุกตัวในเรื่องล้วนมีเงื่อนปมบางอย่างในชีวิตที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในจิตใจ และนำไปสู่การตัดสินใจเลือกกระทำหรือไม่กระทำบางสิ่งบางอย่าง แต่ละกรณีมีความน่าสนใจและมีแง่มุมบางอย่างให้เรียนรู้
หมายเหตุ: หากท่านไม่ต้องการทราบเนื้อหาซึ่งมีการเปิดเผยส่วนสำคัญของละคร ขอให้หยุดการอ่านแต่เพียงเท่านี้
2. ครอบครัว กับ หน้าที่ : ทางเลือกของนายแพทย์ทาคางิ
หากให้คุณลองนึกถึงภาพหมอสักคน
ผมเชื่อว่าภาพที่คนส่วนใหญ่เห็นคงจะเป็นบุคคลที่ท่าทางสุภาพและน่าเชื่อถือในชุดกราวน์สีขาวสะอาด คล้องคอด้วยเครื่องตรวจชีพจร (ผมไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าอะไร) อาจจะใส่แว่นตาสักหน่อยเพื่อความเป็นผู้คงแก่เรียน
นั่นคือแพทย์ที่เราอาจพบเห็นทั่วไป
แต่ไม่ใช่นายแพทย์ทาคางิอย่างแน่นอน
***
นายแพทย์ทาคางิ เก็นตะ เป็นแพทย์แผนกอายุรเวทของโรงพยาบาลซากุระงาว่า แผนกเดียวกับมิโซระ อาโออิ
ทาคางิไม่เหมือนแพทย์คนใดในโรงพยาล เขาใส่แจ๊คเก็ตหนังขี่มอเตอร์ไซค์ยี่ห้อเวสป้ามาทำงาน ในขณะที่แพทย์คนอื่นขับรถเก๋ง เขามักจะใส่เสื้อกราวน์อย่างลวกๆ ใส่รองเท้าแตะเดินไปมาในโรงพยาบาล และไม่ค่อยได้อาบน้ำ! (สงสัยอากาศจะหนาว) ทั้งที่วิชาชีพแพทย์ต้องรักษาความน่าเชื่อถือจากภาพลักษณ์ที่ปรากฎเป็นอันดับแรก นอกจากนี้เมื่อมีเวลาว่างเขากับนักเทคนิคการแพทย์หนุ่มมักจะรวมหัวกันดูนิตยสารผู้ชาย จนบางครั้งโคมิเนะ พยาบาลมากด้วยความสามารถคนหนึ่งต้องคอยเตือนเขา
แต่สิ่งที่ปรากฏภายนอก มิได้เป็นตัวบ่งชี้ความสามารถที่อยู่ภายในไม่ใช่หรือ?
แน่นอน ภาพลักษณ์ภายนอกใช่ว่าจะไม่มีความสำคัญ
แต่ปัญหาก็คือ เราต่างหลงติดกับมันจนลืมมองคุณค่าที่อยู่ภายใน
สังคมของเราเต็มไปด้วยคนสร้างภาพ ภาพลักษณ์อันงดงามที่ปรากฏภายนอก แต่เมื่อมองลึกเข้าไปภายใน สิ่งที่พบมีเพียงความเปล่ากลวง และไม่มีสาระอันใด
***
อีกครั้งหนึ่งที่มีจดหมายส่งถึงทาคางิ เช่นเดียวกับหลายครั้งก่อนหน้านี้
ภายในคือใบหย่าที่ภรรยาส่งมาให้เขาเซ็น เขาขย้ำมันทิ้งโดยไม่ทันได้อ่าน จดหมายถูกทิ้งลงตระกร้าอีกครั้ง หลายครั้งที่ภรรยาของเขานัดเจอเพื่อให้เซ็นใบหย่า แต่เขาไม่เคยไปพบเธอ หลายครั้งที่ภรรยาส่งใบหย่ามาให้เซ็น แต่เขาก็โยนมันทิ้งลงตระกร้าทุกครั้งไป
จากเหตุการณ์ในคืนวันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ภรรยาทิ้งเขาไปพร้อมกับลูกสาวหนึ่งคน ในชีวิตการทำงาน เขาสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมาก แต่ในชีวิตส่วนตัว เขาไม่สามารถช่วยเหลือครอบครัวของตนเอง โดยทำได้เพียงเฝ้าดูความล่มสลายที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
ก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ เขาเป็นแพทย์ที่มุ่งมั่นในการทำงานอย่างยิ่ง และงานมักจะมานำหน้าครอบครัวเสมอ
หลังจากแยกทางกัน ภรรยาของเขามีสามีใหม่
ส่วนเขาอยู่เพียงลำพังกับอดีตอันเจ็บปวด จากแพทย์ผู้มีอุดมการณ์ในวิชาชีพ กลายเป็นหมอที่ทำงานไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย
เหตุการณ์เดียวที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล
นี่คือความจริงที่นายแพทย์ทาคางิต้องเผชิญ
***
มันเกิดขึ้นในคืนวันหนึ่ง
ทาคางิเข้าผ่าตัดผู้ป่วยรายหนึ่งที่มีอาการเลือดออกในสมอง เขามาถึงโรงพยาบาลช้าเกินไป ทำให้โอกาสที่จะรอดชีวิตและหายเป็นปกติเหลือน้อยเต็มที แต่ทาคางิไม่ยอมแพ้ เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยชีวิตผู้ป่วยรายนี้เอาไว้
ในขณะที่กำลังผ่าตัด มีโทรศัพท์ถึงทาคางิ โคมิเนะเป็นผู้รับและนำโน้ตมายื่นให้เขา ทาคางิรับมาอ่านและลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะลงมือทำการผ่าตัดต่อไป
หลายชั่วโมงผ่านไป การผ่าตัดประสบความสำเร็จ
ผู้ป่วยรายนี้รอดชีวิต แต่เขากลายเป็นเจ้าชายนิทรา และนอนสงบนิ่งบนเตียงผู้ป่วยตลอด 5 ปีต่อมา
ส่วนนายแพทย์ทาคางิสูญเสียครอบครัวไปในคืนนั้นเอง
***
ทาคางิไม่เคยเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันนั้น แม้มันจะทำให้เขาต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต
ในวันนั้นที่เขากำลังผ่าตัดผู้ป่วยรายหนึ่ง ลูกสาวของเขาที่ป่วยเรื้อรังมานานต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเดียวกับที่เขาทำงาน ภรรยาของเขาบอกพยาบาลให้ไปตามทาคางิมาช่วยชีวิตลูกสาวของตัวเอง
แต่ทาคางิยังคงผ่าตัดให้กับผู้ป่วยที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าต่อไป เขาไม่สามารถทิ้งผู้ป่วยของตนเองไว้กลางคันได้
สังคมของเราเป็นสังคมหลายมาตรฐานอย่างไม่ต้องสงสัย เรามีกฎเกณฑ์หลายอย่างสำหรับเลือกใช้กับแต่ละคน หากเรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวก็คงไม่มีปัญหา แต่มาตรฐานทางวิชาชีพควรมีเพียงหนึ่งเดียวให้ปฏิบัติ เพื่อความเท่าเทียมกันของผู้คนที่มีส่วนได้เสียกับการปฏิบัติงานของเรา นั่นคือทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติล่ะ
เช่นเดียวกับที่หมอทาคางิต้องเผชิญ
เขาต้องตัดสินใจว่าจะเลือกครอบครัว หรือผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้า
หากใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสิน แน่นอน ทุกคนต้องเลือกครอบครัวมาก่อนคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก แต่หากเป็นเช่นนั้นเราจะต่างอะไรกับนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง
ในเมื่อผู้ป่วยรายนี้มาถึงก่อนและกำลังอยู่ระหว่างการรักษา เขาย่อมมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเต็มที่จากแพทย์ แน่นอน อาจมีคำถามว่าทาคางิสามารถให้หมอคนอื่นช่วยผู้ป่วยรายนี้แทนมิได้หรือ คำตอบคือย่อมได้ แต่คนอย่างเขาไม่เลือกทำเช่นนั้น หากยึดตามจรรยาบรรณ ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิในการเข้ารับการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน และไม่มีการเลือกปฏิบัติ!
นายแพทย์ทาคางิเลือกที่จะยึดมั่นในหลักการของวิชาชีพ เขาให้ความสำคัญกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นคนแปลกหน้าหรือคนในครอบครัว เหมือนที่อาโออิยึดถือว่า “ผู้ป่วยทุกคนเปรียบเหมือนคนในครอบครัว”
ทุกคนมีความสำคัญในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน
ในสายตาของแพทย์คนอื่น การกระทำของทาคางิเป็นสิ่งที่โง่และงี่เง่าอย่างยิ่ง ที่เลือกผู้ป่วยที่มีโอกาสรอดชีวิตและหายเป็นปกติเพียงเล็กน้อย มากกว่าที่จะเลือกลูกสาวแท้ๆ ของตนเอง แม้ว่าท้ายที่สุดลูกสาวของเขาจะรอดชีวิตก็ตาม แต่ครอบครัวของเขาก็ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ท่ามกลางมาตรฐานที่หลากหลายที่หลายคนยึดถือ แต่มาตรฐานเดียวที่ทาคางิยึดคือ “ความถูกต้อง”
***
ลูกสาวของเขาเป็นนักไวโอลินตัวน้อย เธอชวนเขาไปดูทุกครั้งที่มีการแสดง แต่เขาไม่เคยไป แม้กระทั่งครั้งสุดท้ายที่ลูกสาวแสดงก่อนจะย้ายตามภรรยาของเขาไปอยู่เมืองอื่น เขาก็ไม่ได้มาดู
เพราะเขาเลือกชีวิตของผู้ป่วย
ผมชื่นชมความกล้าหาญของนายแพทย์ทาคางิที่ยืนหยัดและยึดมั่นในอุดมการณ์ในวิชาชีพ เขาเป็นแพทย์ที่ไม่เลือกปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วย ในขณะที่หมอบางคนเลือกรักษาคนรวยก่อนคนจน รักษาพวกพ้องและคนรู้จักก่อนคนแปลกหน้า
แต่เมื่อผมถามตัวเองว่า หากเผชิญกับสถานการณ์เช่นเดียวกับหมอทาคางิ ผมจะเลือกทางไหน ผมกลับเกลียดตัวเองที่ตอบว่าเลือก “ครอบครัว” ก่อน
ผมอ่อนแอเกินไปที่จะยึดมั่นในอุดมการณ์
ในขณะที่เรากำลังด่าทอนักการเมืองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง มีหลายมาตรฐานในการปฏิบัติงาน แต่เราเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เป็นเช่นนั้น แต่เราก็มักจะปลอบใจตัวเองว่าสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องเล็กน้อย ในขณะที่สิ่งที่นักการเมืองทำเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ระดับชาติ
ดังคำกล่าวที่ว่า ความผิดของคนอื่นใหญ่โตเท่าภูเขา แต่ความผิดของเรากลับเล็กเพียงเส้นผม
ความเล็กน้อย หรือใหญ่โตไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ความสำคัญอยู่ตรงที่คุณทำมันหรือเปล่า
เกี่ยวกับละครเรื่องนี้
Nurse Aoi หรือในชื่อไทยว่า “อาโออิ พยาบาลสาวหัวใจเกินร้อย” เป็นละครของญี่ปุ่นที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกันของโคชิโนะ เรียว นำแสดงโดยอิชิฮาระ ซาโตมิ (ผลงานละครก่อนหน้านี้ที่สร้างชื่อให้กับเธอคือ H2) ออกฉายเมื่อต้นปี 2006 รวมทั้งสิ้น 11 ตอน และตอนพิเศษอีก 1 ตอน ส่วนฉบับการ์ตูน ที่ญี่ปุ่นวางจำหน่ายแล้ว 18 เล่ม (ยังไม่จบ) โดยสำนักพิมพ์ Kodansha ส่วนในไทยออกมาแล้ว 3 เล่ม โดยสำนักพิมพ์ NED