จิตวิทยาคืออะไร?

คำว่า “จิตวิทยา” เป็นคำที่เข้าใจได้ยากและถูกเข้าใจผิดโดยคนส่วนใหญ่อยู่เสมอ สมัยที่ผมเอนทรานซ์และเลือกเรียนจิตวิทยา ผมคิดว่าจิตวิทยาน่าจะเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเพื่ออ่านใจคน หรือไม่ก็เป็นการฝึกฝนพลังอำนาจทางจิต แต่พอได้เข้ามาเรียนแล้ว ผมพบว่าความเข้าใจของผมค่อนข้างจะห่างไกลจากความเป็นจริงอยู่พอสมควร และผมไม่ได้เป็นคนเดียวที่มีความเข้าใจผิดเช่นนี้

จากการได้พูดคุยกับผู้คนจำนวนมาก ผมพบว่าพวกเขาเองก็มีทัศนะต่อจิตวิทยาไม่ต่างอะไรกับผม เมื่อรู้ว่าผมร่ำเรียนจิตวิทยามา บ้างก็บอกว่าให้ผมทายว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ บ้างก็บอกว่าช่วยสะกดจิตให้ดูที ซึ่งผมก็ต้องอธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่า “ผมไม่ใช่หมอดูนะครับ”

คำว่า “จิตวิทยา” (Psychology) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกจากคำว่า “Psyche” ที่แปลว่า “จิตใจ หรือจิตวิญญาณ” กับคำว่า “logos” ที่แปลว่า “การศึกษา” ดังนั้นความหมายของจิตวิทยาในยุคแรกเริ่มก็คือ “ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับจิตใจ”

ต่อมาความหมายของจิตวิทยาในการรับรู้ของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ขึ้นอยู่กับแนวคิดที่มีอิทธิพลต่อนักจิตวิทยาหรือความสนใจของนักจิตวิทยาในยุคนั้นๆ เช่น ในยุคที่แนวคิดเรื่องจิตไร้สำนึกเป็นที่สนใจ จิตวิทยาก็ถูกมองว่าการศึกษาเกี่ยวกับจิตไร้สำนึก แต่ในยุคที่สำนักพฤติกรรมนิยมเป็นใหญ่ ความหมายของจิตวิทยาก็เปลี่ยนไปเป็นการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จิตวิทยาในแต่ละยุคก็ไม่ได้มีความหมายโดดๆ เพียงอย่างเดียว เพราะแนวคิดทางด้านจิตวิทยาจำนวนมากเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกัน จนกระทั่งปัจจุบันที่แนวคิดและความสนใจของนักจิตวิทยามีความหลากหลายอย่าง ยิ่งจนไม่อาจจำกัดเอาไว้ด้วยความหมายใดความหมายหนึ่งโดยเฉพาะ

สมาคมจิตวิทยาอเมริกา (American Psychological Association: APA) องค์กรทางด้านจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกให้ความหมายของจิตวิทยาไว้ว่า: “การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพฤติกรรมและกระบวนการทางจิตของปัจเจกบุคคล” พูดให้ง่ายขึ้นก็คือ จิตวิทยาเป็นการศึกษาเกี่ยวกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของมนุษย์โดยใช้วิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ เช่น การศึกษาเรื่องกระบวนการเรียนรู้ การศึกษาลักษณะของบุคลิกภาพ การศึกษาพัฒนาการแต่ละช่วงวัยของบุคคล เป็นต้น

ทุกวันนี้สมาคมจิตวิทยาอเมริกันมีการศึกษาทางจิตวิทยามากถึง 56 สาขา ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์มากมาย เช่น การศึกษา สุขภาพ กีฬา สังคม การเมือง ศาสนา ฯลฯ ไม่ใช่การอ่านใจคนหรือฝึกฝนพลังอำนาจทางจิตอย่างที่ผมและหลายๆ คนเคยเข้าใจ

เมื่อไม่นานมานี้ มีกรณีน่าสนใจที่นักศึกษาสาวจิตวิทยาคนหนึ่งตกเป็นข่าวว่าใช้จิตวิทยาหมู่ล่อลวงนายแพทย์หนุ่มใหญ่เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาเพื่อหลอกเอาเงิน ทำให้สื่อมวลชนหันมาให้ความสนใจกับจิตวิทยากันมากทีเดียวว่าสามารถทำเช่นนั้นได้จริงหรือไม่ ผมไม่อยากตอบเองครับว่าทำได้หรือไม่ มาฟังคำตอบจากคณะบดีต้นสังกัดของนักศึกษาสาวผู้นั้นดีกว่าครับ ท่านบอกว่า “หากคนเรียนจิตวิทยาแล้วสามารถทำแบบนี้ได้ ผมว่าคนคงหันมาเรียนจิตวิทยากันหมดแล้ว”

จิตวิทยาเป็นการศึกษาเกี่ยวกับจิตใจของคนก็จริงครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำไปใช้สะกดจิตหรือล่อลวงคนอื่น (ที่สื่อมวลชนเรียกว่าจิตวิทยาหมู่) โดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่องได้ แต่จะล่อลวงด้วยวิธีการอื่นหรือไม่ อันนี้ก็ต้องติดตามกันเอาเองครับ

About these ads

30 Responses ถึง “จิตวิทยาคืออะไร?”

  1. เป็นเรื่องที่ดิฉันให้ความสนใจมาตั้งแต่เด็กๆ ถึงขั้นลงเรียนวิชาเลือกด้านจิตวิทยาพื้นฐานไว้ด้วย
    แต่ตอนนี้ลืมไปหมดแล้ว ขอรบกวนถามเพิ่มเติมหน่อยนะคะ คำว่ากระบวนการทางจิต ในที่นี้มันหมายถึง อารมณ์ความรู้สึก วิธีคิด วิธีวิเคราะของมนุษย์หรือเปล่าคะหรือว่าหมายถึงอะไรคะเนื่องจากดิฉันเข้าใจว่า วิธีคิด กระบวนการจัดการทางจิตมันส่งผลต่อพฤติกรรมที่มนุษย์แสดงออกมา ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกหรือเปล่านะคะ ฝากคำถามไว้แล้วจะแวะมารับคำตอบนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ คุณอะไรไม่รู้เห็นหัวเรื่องแล้วอยากอ่านเลยแวะมาคะ ..

  2. คำว่า “กระบวนการทางจิต” (Mental process) ในที่นี้หมายถึงกระบวนการทางพุทธิปัญญา (cognition) ของบุคคล (ผมไม่ค่อยชอบใจคำว่า “พุทธิปัญญา” เท่าไร แต่มันถูกบัญญัติว่าเป็นคำแปลของ “cognition”) พุทธิปัญญา หมายรวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความจำ การรับรู้ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา ฯลฯ รวมๆ แล้วก็คือกระบวนการที่อยู่ภายในนี่เอง ไม่ใช่พฤติกรรมที่แสดงออกมาภายนอก

    คุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับว่ามันส่งผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ที่แสดงออกมา จะว่าไปพฤติกรรมก็มีผลต่อกระบวนการทางจิตด้วยเช่นเดียวกัน เรียกว่ามีผลซึ่งกันและกันครับ แนวคิด Cognitive behavioral therapy อธิบายมนุษย์ว่าประกอบด้วย 4 มิติ ซึ่งส่งผลซึ่งกันและกัน คือ พุทธิปัญญา (Cognitive aspect ) พฤติกรรม (Behavioral aspect) สรีระ (Physiological aspect) และอารมณ์ (Emotional aspect)

    ยินดีนะครับที่ได้แลกเปลี่ยน

  3. ขอบคุณมากคะ ขอนุญาต ถามต่อ…
    1.เราใช้ศาสตร์ทางจิตวิทยา มาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างคะ แต่ที่ทราบมาคือ จิตแพทย์ สืบสวนสอบสวน มีอันอื่นอีกไหมคะ
    2. สืบเนื่องจากเมื่อตอนเด็กๆเกือบจะสอบ ent คณะนี้แต่ว่าไม่มีข้อมูลว่าจบออกมาแล้วทำงานทางด้านไหนได้บ้าง จึงขอถามว่าคนที่เรียนจิตวิทยาสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้างคะแล้วเป็นที่ต้องการของตลาดมากไหม..
    3.แล้วในชีวิตประจำวันเราได้นำความรู้ทางด้านจิตวิยามาใช้บ้างหรือไม่คะ..

    แฮ๋ะๆเยอะไปไหมคะ อยากรู้จริงๆคะ ..

  4. ตอบข้อ 1 และ 2

    อาชีพหนึ่งที่มีไว้สำหรับผู้ที่จบมาทางจิตวิทยาก็คือ “นักจิตวิทยา” ครับ ตาม รพ. จิตเวช หรือ รพ. ที่มีแผนกจิตเวช และตามหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานบำบัดยาเสพติด ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ฯลฯ ส่วนใหญ่การทำงานในตำแหน่ง “นักจิตวิทยา” ต้องเป็นผู้ที่จบมาทางสาขา “จิตวิทยาคลินิก” โดยตรง แต่สาขาอื่นๆ ก็สามารถเข้าไปทำงานตรงนี้ได้ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของหน่วยงานแต่ละแห่ง

    แต่คนที่เรียนมาทางด้านนี้ก็สามารถประยุกต์จิตวิทยาไปใช้ในงานที่หลากหลาย ในด้านองค์กรก็จะอยู่ในฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือแผนกบุคคล ด้านสถานศึกษาก็อยู่ในฝ่ายแนะแนวและให้คำปรึกษา แต่ถ้าถามว่าอาชีพนี้เป็นที่ต้องการมากน้อยของตลาดแค่ไหน ผมก็ไม่รู้แน่ชัดครับ แต่เท่าที่รับรู้ หากเป็นตำแหน่ง “นักจิตวิทยา” จริงๆ ก็ค่อนข้างมีจำกัด คนที่จบทางด้านจิตวิทยาส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำงานจิตวิทยาโดยตรงเท่าไหร่ครับ แต่เป็นการประยุกต์ใช้จิตวิทยาในงานของตนเองมากกว่า

  5. ส่วนข้อ 3

    ผมเชื่อว่าคนที่เรียนจิตวิทยามา หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้เรียนก็ตามต่างก็เคยใช้จิตวิทยาในชีวิตประจำวันด้วยกันทั้งนั้ย ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม หลักการทางจิตวิทยาเกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันของคนเราอย่างแยกไม่ออก มันแทรกซึมอยู่ท่ามกลางวิถีชีวิตของมนุษย์ เพียงแต่ “จิตวิทยา” ศึกษามันอย่างเป็นระบบเท่านั้นเองครับ เช่น แม่ทำให้ลูกอย่านม โดยการเอาของขมๆ มาป้ายไว้ที่หัวนม เมื่อเด็กกินนมแล้วได้รสชาติที่ไม่พึงปรารถนาก็จะค่อยๆ เลิกนมไปเอง เป็นวิธีการที่อธิบายได้ด้วยหลักการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญอย่างหนึ่งของจิตวิทยา แต่คนเป็นแม่ที่ใช้วิธีการนี้อาจไม่เคยเรียนจิตวิทยามาก่อนเลยก็ได้

  6. ของถามหน่อยคับ

    ถ้าเรานำจิตวิทยาให้ชีวิตประจำวันมาปรับใช้ ช่วยยกตัวอย่างได้ไมคับ

    พอดีจะต้องทำงานส่ง แต่ไม่เข้าใจอะครับ

    จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งเลยครับ

  7. สวัสดีครับ คุณวิทวัส

    ที่คุณถามว่า “ถ้าเรานำจิตวิทยาให้ชีวิตประจำวันมาปรับใช้ ช่วยยกตัวอย่างได้ไมคับ” มันเป็นคำถามที่กว้างเอามากๆ ครับ เพราะทฤษฎีทางจิตวิทยามีอยู่มากมาย และประยุกต์ใช้ไปยังหลากหลายสาขาวิชาชีพ ที่จริงอยากให้เจาะจงลงมาหน่อยก็ดีึึครับว่าอยากจะนำไปประยุกต์ใช้ในด้านใด จะได้ตอบคำถามได้อย่างชัดเจน (หมายถึงบอกเป็นแนวทางนะครับ เพราะผมคิดว่าหากเป็นงาน คุณก็ควรจะคิดค้นคว้าด้วยตนเอง) แต่ผมจะตอบตรงนี้ให้คร่าวๆ นะครับ เพื่อเป็นตัวอย่าง

    หากจะนำทฤษฎีการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ ผมขอยกตัวอย่างทฤษฎีการเรียนรู้แบบผลกรรม (Operant Conditioning) ของสกินเนอร์ หลักการคร่าวๆ มีอยู่ว่า หากพฤติกรรมใดได้รับการเสริมแรง (reinforcement) พฤติกรรมนั้นมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหรือคงอยู่ ความหมายง่ายๆ ของการเสริมแรงก็คือ ให้สิ่งที่เจ้าตัวพึงพอใจ หรือนำสิ่งที่เจ้าตัวไม่พึงพอใจออกไป ยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับ เมื่อพ่อแม่เห็นลูกขยันทำการบ้านจึงให้คำชมแก่ลูก ลูกเกิดความพึงพอใจต่อคำชมของพ่อแม่ เมื่อทำเช่นนี้บ่อยครั้งเข้า่ ลูกได้เรียนรู้ว่าเมื่อขยันทำการบ้า่นก็จะได้รับคำชมจากพ่อแม่ พฤติกรรมขยันทำการบ้านของเขาจะคงอยู่ต่อไป หรืออาจจะเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า คำชม ต้องเป็นสิ่งที่เขาอยากได้และพึงพอใจ ที่จริงมีรายละเอียดอีกเยอะครับเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าว ในเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเสริมแรง” (reinforcer) และ “ระยะเวลาในการเสริมแรง” แต่ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เพื่อจะได้ไม่งงจนเกินไป

    หวังว่าคงจะช่วยได้บ้่างนะครับ

  8. ขอถามหน่อยค่ะ อยากจะทราบว่าการนำจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การสับสนทางเพศ การสับสนทางค่านิยม ควรจะเป็นอย่างไรค่ะ เพราะจะต้องทำรายงานส่งอาจารย์เหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องจิตวิทยามากเท่าไรค่ะ ขอบคุณมากคะ

  9. จุดมุ่งหมายหลักของจิตวิทยา คือ การบรรยาย การอธิบาย การทำนาย และการควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ การนำหลักจิตวิทยาไปประยุกต์ใช้ค่อนข้างจะกว้่างขวางเอามากๆ หากกล่าวอย่างกว้่างที่สุด ทุกๆ อย่างในชีวิตประจำวันล้วนเกี่ยวข้องกับจิตวิทยาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจิตวิทยาจะอธิบายได้ทุกอย่างนะครับ

    ส่วนที่คุณ pond ถาม ผมคิดว่าคำถามยังไม่ค่อยชัดเจนนักว่าคุณ pond ต้องการคำตอบแบบใด การนำหลักจิตวิทยาไปใช้กับการสับสนทางเพศนั้น คงต้องถามต่อว่าใช้ในแง่มุมใด ดังที่ผมกล่าวถึงจุดมุ่งหมายหลักของจิตวิทยาไว้ข้างต้น คือ การบรรยาย การอธิบาย การทำนาย และการควบคุมพฤติกรรม

  10. จิตวิทยาเป็นวิชาที่ศึดษาเกี่ยวกับเรื่องอะไรครับ

  11. พี่ขอเมลล์หน่อยหนูอยากเรียน วิชาโท จิตวิทยา

  12. ได้เวลาต้องเขียนบทความอธิบายขยายความ “จิตวิทยา” ใหม่ซะแล้ว รู้สึกว่าพักนี้คนสนใจจิตวิทยาเยอะแฮะ ไอ้ที่เขียนไว้นี่ก็เขียนมานานแล้ว

  13. จิตวิทยาเรียนยากไหมค่ะ

  14. แล้วถ้าจบมาอีกสาขาหนึ่งแต่ต้องการเรียนต่อ

    โทจิตวิทยามันจะเข้าใจไหมค่ะ

    • คำว่า “ยาก” ค่อนข้างจะเป็นอัตวิสัยครับหากไม่เจาะจงบริบทอะไรสักอย่าง

      แต่หากว่าคุณอยากเรียน ก็สามารถเรียนได้ครับ การเรียนจิตวิทยาในระดับปริญญาโทไม่จำเป็นต้องจบตรีด้านจิตวิทยามาก่อน เผลอๆ จะมีมากกว่าคนจบจิตวิทยามาด้วยซ้ำ

      ถามว่าจะเข้า่ใจไหม ก็ขึ้นอยู่กับความขยันและความตั้งใจของคุณครับ

  15. ช่วงนี้จิตวิทยา Hot จริงเลยนะว่าไหมเพื่อน ไม่ว่าเรื่องอะไรตอนนี้เขาก็ใช้คว่าจิตวิทยาเข้าไปร่วมด้วยหมดแล้ว

  16. การเขียนจิตวิทยาเรียนอย่างไรคับ
    ช่วยบอกผมหน่อยคับ
    เรียนเกี่ยวกับ คุณภาพชีวิตของนักศึกษา

  17. ขอโทษนะครับ ผมไม่ค่อยเข้าใจคำถาม

    เขียนจิตวิทยา หมายความว่าอะไรครับ?

  18. จิตวิทยาเป็นศาสตร์หนึ่งที่จบมาเพื่อช่วยเหลือสังคมใช่ไหมคะ

    ถ้าทำงานเกี่ยวกับมูลนิธิ เขารับหลายตำแหน่งไหมคะ
    พอจะทราบหรือเปล่าคะ

    • เท่าที่ทราบ หลายมูลนิธิก็มีตำแหน่งนักจิตวิทยา หรือไม่ก็รับวุฒิจิตวิทยา แต่รายละเอียดคงต้องติดตามดูแต่ละที่เอานะครับ

  19. หวัดดัคับ คือ ตอนนี้ผมเรียนอยู่ม.5 ผมอยากเรียน จิตวิทยา เพราะคืดว่า เราสามารถนำจิตงิทยาไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ (ด้านการให้คำปรึกษา เพราะ ผมมักถูกใช้เป็นที่ปรึกษากับเพื่อนบ่อยๆเลยคิดว่ามันสนุกดี อยากเรียน) ถ้าผมมีความคิดแบบนี้ถูกมั่ยคับ แล้วผมควรจะเลือกเข้ามหาลัยไหน และจบมาจะมีงานอะไรรองรับผมได้บ้าง

    • ทุกมหาวิทยาลัยนะขึ้นอยู่ที่ว่าจะเลือกเรียนอะไรงานรองรับมีอยู่แล้วไม่ต้องห่วง ลองพิมพ์ไปที่งานรองรับจิตวิทยาดูซิเพราะอาจจะได้คําตอบที่ดีกว่านี้ (ด้วยไมตรีจิต)

  20. ต้องเรียนคณะอะไรค่ะและสาขาอะไงที่คนส่วนใหญรับ กังว่าเรียนจะยาก

  21. ค่ะตอนแรกก็เข้าใจว่าการเรียนจิตวิทยาจะทําให้อ่านใจคนออกรู้ทันคนอื่นแต่จริงๆแล้วมันไม่ใช้ แต่อีกแง่หนึ่งทางธุรกิจนักธุรกิจก็ต้องเรียนจิตวิทยาไว้ในการอ่านใจและเดาใจหุ่นส่วนและนักลงทุนอื่นๆไม่ใช้หรอค่ะมันมีส่วนเกี่ยว
    (แต่ถึงยังไงก็ต้องขอขอบคุณ?มากนะค่ะที่นําเรื่องนี้มาบอกกัน เป็นความรู้มากทีเดียวค่ะ)ด้วยไมตรีจิต

  22. กลังจะไปสอบสัมภาษณ์ คณะ นี้พอดีเลย ค่ะ
    เข้าใจเยอะขึ้นมากเลยค่ะ ^^’

  23. จิตวิทยาทางด้านยา คือยังไงหรอค่ะ ช่วยเเนะนำหน่อยได้ไหมคะ

  24. จิตวิทยาทางด้านยา คือยังไงหรอค่ะ ช่วยเเนะนำหน่อยได้ไหมคะ

    ด่วนนเลยค่ะ

  25. ธราวิชญ์ พูด:

    อยากได้ คำนิยามของ จิตวิทยา ที่นักจิตวิทยาหลาย ๆ ท่านกล่าวไว้ หรือเป็นบทความก็ได้ครับ (งานส่งอาจารย์) ขอบคุณครับ

  26. เราจะนำหลักจิตวิทยาไปใช้กับการทำงานได้อย่างไรค่ะ ยกตัวอย่างแต่ละด้าน ไม่เข้าใจว่ามีกี่ด้านค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: